“มรดกที่หลับใหล”
คำสองคำนี้… ก้องอยู่ในความเงียบของสตูดิโอราวกับคาถา มันไม่ใช่คำแนะนำ… มันคือ “การสถาปนา”
เมฆจ้องมองคีม… พยายามค้นหาร่องรอยของการล้อเล่น, ความโอหัง, หรือแม้แต่ความบ้า… แต่ไม่พบ สิ่งที่เขาเห็นคือความมุ่งมั่นอันเยือกเย็น… ความแน่วแน่ที่ราวกับว่าคีมเพิ่งจะพูดถึงสัจธรรมของจักรวาล ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนหัวข้อวิทยานิพนธ์
“คุณ… คุณพูดบ้าอะไร” เมฆเค้นเสียงออกมาได้ในที่สุด “นี่มันธีสิสของผม… ไม่ใช่ของคุณ คุณไม่มีสิทธิ์มา…”
“ผมไม่มีสิทธิ์” คีมยอมรับอย่างง่ายดาย “แต่ ‘คุณ’ มี”
คีมชี้ไปที่สมุดสเก็ตช์ที่เปิดค้างอยู่… ชี้ไปที่สัญลักษณ์ที่เมฆวาดจากความฝัน
“สิ่งนี้” คีมพูด “ไม่ใช่ ‘ความตาย’… แต่มันคือ ‘การเกิด’ มันคือสิ่งที่พยายามจะสื่อสารกับคุณ… พยายามจะตื่นขึ้นมา”
“มันคือ…” เมฆพยายามเถียง “มันคือสิ่งที่ผมฝัน… มันอาจจะไม่มีความหมายอะไรเลย!” “งั้นเหรอครับ?” คีมเลิกคิ้วเล็กน้อย “ถ้ามันไม่มีความหมาย… ทำไมคุณถึงวาดมันซ้ำๆ? ทำไมถึงซ่อนมันไว้? ทำไม… เมื่อผมพูดชื่อ ‘มรดกที่หลับใหล’… หัวใจของคุณถึงเต้นแรงขึ้น”เมฆชะงัก… เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้า …หมอนี่มันได้ยินเสียงหัวใจกูรึไงวะ…
เขากำลังจะตะคอกกลับไป… แต่เถียงไม่ออก… เพราะมันคือความจริง ลึกๆ แล้ว… ส่วนที่มืดมนที่สุดในใจเขา… มัน “ตอบสนอง” ต่อคำพูดนั้น ความสิ้นหวังที่เขายึดถือมาตลอด… มันสั่นคลอน
“แล้ว… แล้วคุณจะให้ผมทำยังไง” เมฆถาม เสียงอ่อนลงอย่างไม่รู้ตัว “เปลี่ยนหัวข้อตอนนี้… ผมต้องเริ่มใหม่หมด… ผมจะไปหาข้อมูลจากไหน? กูยังไม่รู้เลยว่าไอ้สัญลักษณ์บ้านี่มันคืออะไร”
“นั่นคือหน้าที่ของผม” คีมตอบ “ผมมาเพื่อ ‘ช่วย’ คุณวิจัย… เราจะไม่เริ่มใหม่… เราแค่จะเดินไป ‘ให้ถูกทาง’ “ คีมหยิบดินสอที่เขาร่างสัญลักษณ์ของเมฆไว้อย่างแม่นยำขึ้นมา… แล้วพลิกกระดาษแผ่นนั้น
“คุณพยายามมองหา ‘ความรัก’ ในสังคม… ในสถิติ… ในปรัชญาของคนอื่น” คีมเริ่มร่างบางอย่าง… ไม่ใช่สัญลักษณ์… แต่เป็น “โครงสร้าง” “แต่คุณมองข้ามแหล่งข้อมูลที่ใหญ่ที่สุด… ซึ่งก็คือ ‘ตัวคุณเอง’ “
“เราจะเริ่มจากตรงนี้” คีมชี้ไปที่สมุดสเก็ตช์ “พรุ่งนี้… เราจะไปห้องสมุด ไม่ใช่เพื่อหาหนังสือปรัชญา… แต่เพื่อหาหนังสือ ‘ประวัติศาสตร์โบราณ’, ‘สัญลักษณ์วิทยา’, และ ‘เรขาคณิตศักดิ์สิทธิ์’ (Sacred Geometry)”
เมฆมองภาพที่คีมกำลังร่าง… มันคือการนำสัญลักษณ์ของเขามา “คลี่” ออก… จัดเรียงมันในรูปแบบใหม่ที่ดู… ทรงพลังอย่างน่าประหลาด
ความกลัว… ความหงุดหงิด… ถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่อันตรายกว่า…
“ความหวัง”
“ตกลง” เมฆพึมพำ “ลองดู… ลองดูสักตั้ง”
วันต่อมา… ทุกอย่างเปลี่ยนไป
สตูดิโอที่เคยอับเฉา… บัดนี้กลายเป็นศูนย์บัญชาการขนาดย่อม เมฆกับคีมไม่ได้พูดคุยกันเรื่อง “ความรู้สึก”… พวกเขาพูดคุยกันเรื่อง “โครงสร้าง” พวกเขาขลุกตัวอยู่ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัย… โซนที่เก่าแก่และอับฝุ่นที่สุด เมฆ, ผู้ซึ่งเคยคิดว่าตัวเองรู้จักหนังสือศิลปะทุกเล่ม, กำลังตะลึง คีมไม่ได้พาเขาไปดูงานของดาวินชี หรือ ปิกัสโซ่…
เขาลากเมฆไปดูตำรา “สถาปัตยกรรมกอทิก”, “แผนผังดวงดาวของชาวมายา”, และ “รูปแบบของผลึกหิมะ”
“คุณดูนี่…” เมฆพูดอย่างตื่นเต้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เขาเปิดหนังสือเล่มหนาว่าด้วย “อัตราส่วนทองคำ” (Golden Ratio) “ไอ้สัญลักษณ์ปีกหักที่ผมฝัน… โครงสร้างของมัน… มันคืออัตราส่วนนี้เป๊ะเลย… มันเป็นไปได้ยังไงวะ”
คีม, ผู้ยืนอ่านตำราอักษรคูนิฟอร์ม*อยู่ข้างๆ, เพียงแค่ยิ้มบางๆ (เป็นครั้งแรกที่เมฆเห็นเขายิ้ม) “มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ… มันคือ ‘ภาษา’ … ธรรมชาติกำลังพูดกับคุณ… คุณแค่ต้องเรียนรู้ที่จะฟัง” เมฆรู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าแล่นผ่านปลายนิ้ว… เขารีบกลับไปที่สตูดิโอ… และเป็นครั้งแรก…
เขาหยิบพู่กันขึ้นมา… ไม่ใช่ด้วยความทรมาน… แต่ด้วย “ความเข้าใจ”
เขาไม่ได้พยายามจะวาด “การสิ้นสุดของความรัก” … เขากำลังวาด “ภาษา” ที่เขาเพิ่งค้นพบ
เขารู้สึกถึงพลัง… รู้สึกถึง “บางอย่าง” ที่ยิ่งใหญ่กว่า… กำลังไหลผ่านตัวเขา…
และในขณะที่เมฆกำลังจดจ่ออยู่กับการปาดสีน้ำมัน “อัลตร้ามารีน” ลงบนผืนผ้าใบ… สร้างท้องฟ้าที่หมุนวนเป็นเกลียวตามอัตราส่วนทองคำ…
ประตูสตูดิโอก็เปิดออก
…แกร๊ก…
ไม่ใช่เสียงผลักแบบเต๋า… ไม่ใช่เสียงเคาะสุภาพแบบคีม… มันคือเสียงบานพับที่ประท้วง… ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ… หนักแน่น… และ “ถือวิสาสะ”
เมฆชะงัก… หันไปมอง คีม, ผู้ซึ่งกำลังจัดเรียงหนังสืออ้างอิงอยู่มุมห้อง, พลัน “แข็งทื่อ” เขายังไม่หันไปมอง… แต่แผ่นหลังของเขา… มันตึงเครียดราวกับเส้นลวด
บุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ที่ประตู… ยืนอยู่ในเงามืดของโถงทางเดิน
เขาแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีเทาเข้มที่รีดจนเรียบกริบ… สวมทับด้วยเบลเซอร์สีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างสมบูรณ์แบบ… มันคือชุดที่ดู “ผิดที่” อย่างร้ายกาจในคณะศิลปะที่เต็มไปด้วยคราบสีและฝุ่นผง
*“อักษรคูนิฟอร์ม” (Cuneiform script) หมายถึงระบบการเขียนที่เก่าแก่ที่สุดระบบหนึ่งของโลก ซึ่งเกิดขึ้นใน เมโสโปเตเมีย (Mesopotamia) — ดินแดนลุ่มน้ำไทกริสและยูเฟรติส (บริเวณอิรักปัจจุบัน) เมื่อราว 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช
เขาก้าวเข้ามาในแสง…
สูง… สง่างาม… และ “เย็นชา” ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับรูปสลักโรมัน… แต่ดวงตาของเขา… ถ้าดวงตาของคีมคือ “แก้วใส”… ดวงตาของชายคนนี้คือ “ออบซิเดียน” (Obsidian)… หินภูเขาไฟสีดำสนิทที่ดูดกลืนทุกแสงสว่าง
เขากวาดสายตามองไปทั่วห้อง… สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ภาพร่าง “สัญลักษณ์” ที่เมฆแปะไว้บนผนัง… และแววตาของเขาก็พลัน “หรี่ลง” ด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
“ที่นี่สินะ” เสียงของเขาทุ้มลึก… เรียบ… แต่แฝงไปด้วยอำนาจ “สตูดิโอของ… ‘มรดกที่หลับใหล’ “
เขาพูดชื่อธีสิสใหม่ของเมฆ… ด้วยน้ำเสียงที่ราวกับกำลังอ่าน “คำไว้อาลัย”
เมฆวางพู่กันลง… รู้สึกถึงความหนาวเย็นที่คืบคลานเข้ามาในห้อง “เอ่อ… ครับ? คุณเป็นใครครับ… มาติดต่อเรื่องอะไร?”
ชายคนนั้นไม่ตอบเมฆ… สายตาของเขา… ล็อกเป้าไปที่แผ่นหลังของคีม… ที่ยังคงไม่หันมา
“กองทุน Solar ส่งผมมา” ชายคนนั้นพูด… แต่เหมือนกำลังพูดกับคีมมากกว่า “ดูเหมือนว่า ‘ผู้ช่วยวิจัย’ ที่ส่งมาก่อนหน้านี้… จะทำงาน ‘เกินหน้าที่’ ไปหน่อย”
คีมบีบสันหนังสือในมือจนกระดาษยับ…
“ผมชื่อ อัคร์” ชายคนนั้นประกาศ… “เรียกผมว่า ‘อาจารย์อัคร์’ ก็ได้… นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป… ผมคือ ‘อาจารย์ที่ปรึกษา’ คนใหม่ของวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้”
เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่กลางห้อง… กลิ่นอายของเขา… มันคืออำนาจ, คือการควบคุม, คือ “กฎ” ที่สมบูรณ์แบบ
อ.อัคร์ หันไปมองคีม… ที่บัดนี้ค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้า
สายตาสองคู่สบกัน… หนึ่งคือ “แก้วใส” ที่กำลังสั่นไหว… หนึ่งคือ “หินดำ” ที่เย็นเยียบและไม่อาจหยั่งถึง…เมฆ, ผู้ยืนอยู่ระหว่างกลาง, กลืนน้ำลาย… เขารู้สึกเหมือนไม่ใช่ศิลปินในสตูดิโอ… แต่เป็นหนูที่ติดอยู่ระหว่างพายุสองลูกที่กำลังจะปะทะกัน”ดูเหมือนว่า…” อ.อัคร์ ยิ้ม… เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
“…เราคงต้อง ‘ปรับ’ ทิศทางของงานวิจัยนี้กันใหม่… ให้มันกลับเข้าสู่ ‘ความเป็นจริง’ “
สายตาของเขากลับไปมองสัญลักษณ์บนผนัง…
“…ไม่ใช่เรื่อง ‘เพ้อฝัน’ พวกนี้”




