บรรยากาศในห้องสตูดิโอ… เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ “เปลี่ยน” … แต่มัน “ถูกแช่แข็ง” วินาทีที่ อ.อัคร์ พูดจบประโยค… อากาศที่เคยอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและความตื่นเต้นสร้างสรรค์ พลันหนักอึ้งและเย็นเยียบกลิ่นอายของเขาราวกับหลุมดำที่ดูดกลืนความร้อน และความหวังทั้งหมดไปจนสิ้น เมฆ, ผู้ซึ่งกำลังรู้สึกถึง “ไฟ” ในการทำงานเป็นครั้งแรก, บัดนี้รู้สึกเหมือนถูกสาดด้วยน้ำแข็ง “อาจารย์ที่ปรึกษาคนใหม่?” เมฆทวนคำ “เดี๋ยวนะครับ… ผมมี อ.วิภา เป็นที่ปรึกษาอยู่แล้ว…”
อ.อัคร์ หันมามองเมฆช้าๆ… สายตาของเขาเหมือนใบมีดที่กรีดผ่านอากาศ “อ.วิภา ถูก ‘ย้าย’ ไปดูแลโครงการอื่นของกองทุน Celestial แล้ว” เขากล่าวเสียงเรียบ “ผมคือผู้รับผิดชอบ ‘โครงการ’ ของคุณ… แต่เพียงผู้เดียว”
คำว่า “โครงการ” ถูกเน้นเสียง… จนฟังดูไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์
และในที่สุด… คีมก็ขยับ เขาไม่ได้หันไปเผชิญหน้า อ.อัคร์ โดยตรง… แต่เขาขยับตัว… ก้าวมายืนขวาง… ระหว่าง อ.อัคร์ และผืนผ้าใบที่เมฆเพิ่งเริ่มลงสี
มันเป็นการกระทำที่เล็กน้อย… แต่เปี่ยมไปด้วยการ “ปกป้อง”
“ท่าน…” คีมเปล่งเสียง… และเมฆก็สังเกตเห็น… เสียงของคีมเปลี่ยนไป มันไม่ใสนุ่มเหมือนปกติ แต่กลับ “กดต่ำ” และเย็นชา “…อาจารย์ครับ… งานวิจัยชิ้นนี้ เพิ่งจะค้นพบทิศทางที่ถูกต้อง” “ทิศทางที่ถูกต้อง?” อ.อัคร์ แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ… เป็นเสียงที่แห้งแล้งและปราศจากความขบขัน “ทิศทางไหนล่ะ? ‘คุณคีม’ “
อ.อัคร์ จงใจเรียกชื่อเขาทั้งที่เพิ่งเคยเจอกัน… และมันฟังดูเหมือนคำดูถูก
อ.อัคร์ ก้าวเท้า… เขาเดินช้าๆ… สง่างามราวกับนักล่า… ตรงไปที่ผนังซึ่งแปะภาพร่างสัญลักษณ์ของเมฆไว้เต็มพรืด เขาหยุดยืนอยู่หน้ามัน… กอดอก… และจ้องมอง “คุณเมฆ” เขาเอ่ย โดยไม่หันมามอง “คุณรู้ไหม… ว่าสิ่งที่อันตรายที่สุดสำหรับศิลปินคืออะไร”
เมฆนิ่ง… คำถามนี้ไม่ต้องการคำตอบ
“คือ ‘การหลงตัวเอง’ ” อ.อัคร์ พูดต่อ “คือการที่คุณเห็น ‘รูปแบบ’ ใน ‘ความบังเอิญ’… แล้วคิดว่าตัวเองค้นพบ ‘สัจธรรม’ “ เขาเอื้อมนิ้วที่เรียบสวยไร้ที่ติ… แตะลงบนภาพร่าง “ปีกหัก” ที่เมฆภูมิใจนักหนา… ภาพที่ตรงกับอัตราส่วนทองคำ
“คุณเอาคณิตศาสตร์… มาปนเปกับไสยศาสตร์” “คุณเอา ‘ความฝัน’ … มาอ้างเป็น ‘ข้อมูลวิจัย’ ” “นี่มันไม่ใช่วิทยานิพนธ์… คุณคีม” เขามองผ่านไหล่ไปยังคีม “นี่มันคือ ‘อาการหลงผิด’ (Apophenia) ที่คุณกำลังป้อนให้นักศึกษา… กองทุน Celestial กังวลอย่างมากที่คุณกำลังนำพาเขา ‘หลงทาง’ “
ทุกคำพูด… คือการตอกลิ่ม ทุกประโยค… คือการลดทอนคุณค่า
“ไม่จริง!” เมฆเผลอตะโกนเสียงในหัวออกมา… เขาตกใจในเสียงของตัวเอง “มัน… มันมีความหมาย… ผมพิสูจน์ได้!”
“พิสูจน์?” อ.อัคร์ หันขวับมาเผชิญหน้าเขาเต็มตัว “พิสูจน์ด้วยอะไร? ด้วยหนังสือ ‘เรขาคณิตศักดิ์สิทธิ์’ พวกนั้นน่ะเหรอ? ตำรานิวเอจ (New Age) ที่เอาไว้หลอกขายฝันพวกฮิปปี้น่ะหรือ?”
“ผมขอแย้งครับ” คีมพูดแทรกขึ้นทันที… สุภาพ แต่แข็งกร้าว “งานเหล่านี้อ้างอิงจาก ‘สัญลักษณ์วิทยา’ (Iconography) ที่ปรากฏในประวัติศาสตร์… ไม่ใช่เรื่องงมงาย”
การปะทะกันเริ่มต้นขึ้นแล้ว
อ.อัคร์ หรี่ตามองคีม… ” ‘ผู้ช่วย’ วิจัย… มีหน้าที่ ‘ช่วย’ ไม่ใช่ ‘ชี้นำ’ ” เขาย้ำ “และแน่นอน… ไม่ใช่ ‘ขัดขวาง’ การทำงานของอาจารย์ที่ปรึกษา”
บรรยากาศตึงเครียดยิ่งกว่าสายกีตาร์ที่กำลังจะขาด เมฆมองไปมาระหว่างชายสองคน… คนหนึ่งคือแสงสว่างที่เพิ่งจุดไฟให้เขา… อีกคนคือความมืดที่กำลังจะดับมัน… และทั้งคู่… ดูเหมือนจะ “รู้จัก” กันมากกว่าที่แสดงออก
“ผมมาที่นี่” อ.อัคร์ กล่าวสรุป “เพื่อแจ้งให้คุณทราบ, คุณเมฆ… ข้อเสนอวิทยานิพนธ์ในหัวข้อ ‘มรดกที่หลับใหล’ … ถูก ‘ตีตก’ “
…ถูกตีตก…
คำพูดนั้น… เหมือนค้อนที่ทุบลงมาบนหน้าอกของเมฆ ความหวัง… ไฟ… ความตื่นเต้น… ทุกอย่าง… ดับวูบลงในพริบตา “คุณมีทางเลือกสองทาง” อ.อัคร์ ยกนิ้วชี้ขึ้นมา “หนึ่ง… กลับไปทำหัวข้อเดิมของคุณ… ‘การสิ้นสุดของความรัก’ … อย่างน้อยมันก็อยู่บนพื้นฐานของ ‘ความจริง’ ที่สิ้นหวัง” “หรือสอง… หาหัวข้อใหม่… ที่ ‘มีสาระ’ กว่านี้”
เขาเดินไปที่ประตู… หยุด… แล้วหันกลับมามองเมฆเป็นครั้งสุดท้าย “ผมให้เวลาคุณ 24 ชั่วโมง… เพื่อตัดสินใจ… ว่าจะยังอยาก ‘เรียนจบ’ อยู่หรือไม่”
ปัง! เขาไม่ได้ปิดประตู… เขาแค่ “ปล่อย” มัน… และบานประตูหนักๆ นั้นก็กระแทกเข้ากับวงกบ… เสียงดังลั่น… ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่อื้ออึง เมฆทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้… โครม!… ร่างกายของเขาไร้เรี่ยวแรง ผืนผ้าใบที่เพิ่งเริ่มลงสี… บัดนี้ดูน่าสมเพช สัญลักษณ์ที่แปะบนผนัง… ดูไร้สาระ
ความเงียบในห้องหนักหน่วง… จนกระทั่งเมฆเป็นฝ่ายทำลายมัน
เขาหันไปมองคีม… ผู้ซึ่งยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม… แต่กำหมัดแน่นจนข้อส้นขาวซีด “นี่มัน… เรื่องบ้าอะไรวะ” เมฆเค้นเสียง… ไม่ใช่การตะโกน… แต่คือเสียงกระซิบที่เต็มไปด้วยความโกรธ ” ‘หลงทาง’ งั้นเหรอ? ‘อาการหลงผิด’ งั้นเหรอ?” “เขาไม่เข้าใจ…” คีมพูด เสียงเบา “ไม่!” เมฆตวาด “ไม่ใช่ ‘เขา’ ไม่เข้าใจ… แต่ ‘ผม’ เนี่ย… ผมไม่เข้าใจ!” เขาลุกขึ้นยืนปรี่เข้าไปหาคีม… จ้องหน้าอีกฝ่ายในระยะประชิด
“คุณเป็นใครวะ, คีม… คุณเป็นใครกันแน่” “คุณรู้จักไอ้อาจารย์บ้านั่นใช่ไหม? สายตาที่พวกคุณมองกัน… มันไม่ใช่คนเพิ่งเจอกัน!”
คีมเบือนหน้าหนี… และนั่นคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
“คุณหลอกผม…” เมฆผงะถอยหลัง… ความรู้สึกเหมือนถูกหักหลังแล่นปราด “คุณเข้ามา… พูดจาปรัชญา… ทำให้ผมเชื่อ… ทำให้ผมรื้อทุกอย่าง… เพื่ออะไรวะ!”
“ผมไม่ได้หลอก!” คีมเถียง… และนี่คือครั้งแรกที่เมฆเห็น “อารมณ์” ในดวงตาใสนั้น… มันคือ “ความเจ็บปวด” “สิ่งที่คุณวาด… มัน ‘จริง’ … มันสำคัญ… สำคัญกว่าที่คุณคิด!”
“สำคัญเหรอ!” เมฆตะโกนลั่นห้อง “สำคัญจนผมกำลังจะโดน ‘ไทร์’ เพราะคุณเนี่ยนะ!” “ผมไม่สนแล้วว่ามันจะจริงหรือจะปลอม… แต่คุณ… คุณทำผมซวย!”
เมฆหอบหายใจ… ความโกรธ, ความสับสน, ความรู้สึกเหมือนเป็นไอ้โง่… มันปนเปกันไปหมด เขาชี้ไปที่ประตู
“ออกไป”
คีมนิ่ง…
“ผมบอกให้ออกไป!!!” คีมจ้องมองเมฆ… แววตาเต็มไปด้วยความขัดแย้ง… เขาอยากจะพูด… แต่เขาพูดไม่ได้ กฎมันค้ำคอเขาอยู่… พระศุกร์ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ… เขาก้มหน้ารับความพ่ายแพ้ในยกแรก… เขาน้อมศีรษะให้เมฆ… ไม่ใช่ในฐานะผู้ช่วย… แต่ในฐานะผู้ที่กำลังจะจากไป “…ผมจะไป” เขากล่าวเสียงแผ่ว “แต่พรุ่งนี้… ผมจะกลับมา… เพราะคุณ… ยังต้องการผม”
คีมเดินจากไป… ทิ้งให้เมฆอยู่ตามลำพังกับสตูดิโอที่พังทลาย… กับผืนผ้าใบที่เพิ่งเริ่มต้น…
…และกับคำถามที่ว่า… เขาควรจะเชื่อ “ความจริง” ที่สิ้นหวังของ อ.อัคร์… หรือเชื่อ “ความฝัน” ที่กำลังจะทำลายชีวิตเขา… ของคีม




