Prologue — “กลิ่นที่หายไป”
กลางคืนเมื่อเจ็ดปีก่อน
เสียงฝนที่ซัดสาดลงกระทบหลังคากระจกของเรือนกลั่นดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันไม่ใช่แค่เสียงของธรรมชาติ แต่คล้ายกับเสียงของนาฬิกาเรือนใหญ่ที่กำลังถูกตั้งให้เดินถอยหลังไปสู่จุดเริ่มต้น
ดร.รสา วางขวดแก้วทรงคอเรียวลงบนโต๊ะสแตนเลสที่สะท้อนแสงไฟนีออนเย็นเยียบ ของเหลวสีใสที่บรรจุอยู่ข้างใน…ไม่ใช่เพียงแค่น้ำหอม
แต่มันคือ “ความลับ” ที่ถูกกลั่นออกมาเป็นหยดแรก
เธอก้มลงสูดมันอีกครั้งอย่างตั้งใจ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นมองขวดแก้วเหมือนมองศัตรู นักวิทยาศาสตร์ผู้นี้ไม่เคยยอมเชื่ออะไร จนกว่าปลายจมูกของตนเองจะรับรองด้วยหลักฐานที่ชัดเจน
กลิ่นแรกพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เหมือนประกายของแอลกอฮอล์ที่กำลังระเหย— เขียวสด ของใบอ่อนหลังฝนที่เพิ่งถูกเด็ด (galbanum) เป็นโน้ตแรกที่ปลุกเร้าสติ
ถัดมาคือกลีบดอกไม้บางเบาที่หอมหวานจนรู้สึกเหมือนกระแสเลือดเริ่มอุ่นขึ้น— การผสานกันของกลิ่น กุหลาบขาวสายพันธุ์เก่า และ ดอกส้มเนโรลี
แล้ว…จู่ๆ ก็มีอะไรบางอย่างสอดแทรกเข้ามา
ไม่ใช่ความหวานที่คุ้นเคย ไม่ใช่ความเย็นที่แฝงอยู่
แต่มันคือ “แรงดึงดูด” ที่รุนแรงจนสามารถอธิบายได้ด้วยคำว่า อยากเข้าใกล้ เพียงคำเดียว
ดร.รสาหลับตาลงช้าๆ พลันหัวใจก็เต้นช้าลง เหมือนกำลังถูกกล่อมด้วยท่วงทำนองที่สมบูรณ์แบบที่สุด
“นี่แหละ…” เธอพึมพำกับความเงียบงัน
“Eros Bloom”
🚪 ประตูแล็บที่อยู่ด้านหลังถูกผลักเปิดออกช้าๆ เสียงกลอนเหล็กดัง กึก คล้ายกับการสิ้นสุดของความเงียบสงบ
มีใครบางคนยืนอยู่ตรงกรอบประตูนั้น
เงาของเขาไม่ได้ก้าวเข้ามาสู่ความสว่าง และไม่ได้ถอยกลับเข้าไปในความมืด คล้ายตั้งใจให้ตนเองเป็นเพียงแค่ เงา ที่รออยู่
“คุณแน่ใจนะครับ ว่าจะรายงานผลการวิจัยนี้ให้ตระกูลวารีรู้” เสียงนั้นเรียบเฉย จนเย็นยะเยือกเหมือนเกล็ดน้ำแข็งที่กำลังละลายในแก้วคริสตัล “คุณก็รู้ว่า…กลิ่นแบบนี้มันเปลี่ยนโลกได้”
ดร.รสาเงยหน้ามองตรงไปยังร่างเงา
ริมฝีปากของเธอไม่ได้ยิ้ม ทว่าแววตาภายใต้แสงไฟกลับเต็มไปด้วยประกายความดื้อรั้นที่ไม่มีใครเคยเห็น
“ถ้าโลกจะเปลี่ยนด้วยกลิ่น”
เธอตอบกลับไปอย่างแผ่วเบา แต่ชัดเจน
“มันก็ควรถูกเปลี่ยนด้วย ความจริง ไม่ใช่ ความโลภ”
เงานั้นนิ่งไปวินาทีหนึ่ง เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักของคำพูด ก่อนจะตัดสินใจก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า
และในวินาทีนั้นเอง—
⚡️ ไฟทั้งเรือนกลั่นก็ดับลงพรึ่บ ความมืดสนิทเข้ากลืนกินทุกสิ่ง
เหลือไว้เพียง กลิ่น ที่ยังคงอบอวลอยู่ในความมืดนั้น…
กับเสียงขวดแก้วที่ร่วงลงแตกกระจายบนพื้นหินอ่อน
แคว้ง!
มันเป็นเสียงที่แหลมคม คล้ายกับการประกาศสงครามที่ไม่มีใครได้ยิน
คืนนั้น ดร.รสาหายไป
ไม่มีร่างที่ถูกค้นพบ
ไม่มีบันทึกการวิจัยหลงเหลืออยู่
มีเพียง “กลิ่นใหม่” ที่ไม่มีใครควรได้ครอบครอง…ที่สูญหายไปตลอดกาล




