เรน กลับมายืนหน้าประตูเหล็กสูงสีดำของคฤหาสน์วารีอีกครั้ง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ลอดเงาไม้ใหญ่
ทั้งที่เขาเคยสาบานกับตัวเองมาหลายปีว่าจะไม่มีวันก้าวเข้าไปในที่ที่… กลืนแม่เขาไปทั้งเป็น
ป้ายทองคำเหลืองอร่ามหน้าประตูสลักคำว่า Varee Parfum House อย่างโอ่อ่า มันดูหรูหรา เงียบงัน และในความรู้สึกของเรน มันกำลังหัวเราะเบาๆ ใส่เขา… ด้วยกลิ่นจางๆ ของดอกไอริสที่ลอยแผ่วออกมาจากสวนอันร่มรื่น
ชายเฝ้าประตูมองบัตรที่เรนยื่นให้สลับกับใบหน้าของเขาอย่างพิจารณา
“คุณเรนใช่ไหมครับ? ทางบ้านรออยู่”
เรนพยักหน้าเล็กน้อย ไม่เอ่ยคำใดออกมา เขาไม่ได้มาที่นี่ในฐานะแขกผู้มีเกียรติ แต่ในฐานะ สุนัขดมกลิ่นของความจริง
ล้อรถลากกระเป๋าเดินทางเคลื่อนผ่านพื้นหินอ่อนขัดเงาไปตามทางเดิน บรรยากาศภายในบ้านเย็นจนเหมือนถูกแต้มด้วยกลิ่น กฤษณา ในห้องปิด—มันหนัก ลึก และทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยต้องหายใจติดขัดนิดๆ
“กลับมาอีกแล้วเหรอ…คุณรสา” เรนคิดในใจ
กลิ่นของแม่เขายังคงติดอยู่ในบ้านหลังนี้เสมอ บางคืนเขาฝันถึงมันซ้ำๆ จนรู้สึกเกลียดตัวเองที่ยังคงจดจำกลิ่นนั้นได้อย่างชัดเจน
ทันทีที่เขาเดินเข้าสู่โถงใหญ่ เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังมาจากบันไดด้านบน จังหวะเท้าเบา ถูกคุมไว้จนแทบไร้เสียง…เหมือนคนที่ถูกสอนให้ “ไม่ส่งเสียง” ตั้งแต่ยังเด็ก
ชายหนุ่ม คนนั้นก้าวลงบันไดมาอย่างสง่างามในสูทสีเทาเข้มพอดีตัว โครงหน้าคมชัดเหมือนรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกสลักอย่างประณีต แต่ดวงตาของเขากลับดูเย็นชา คล้ายกำลังวัดอุณหภูมิของทุกสิ่งที่มอง
เรนรับรู้ได้ทันทีว่านี่คือใคร
ไม่ใช่เพราะหน้าตา แต่เพราะ กลิ่น
เบอร์กาม็อตสด ผสมกับ ซีดาร์แห้ง และกลิ่นสะอาดแบบ สบู่ฝรั่งเศส
กลิ่นของคนที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ กลิ่นของคนที่เชื่อมั่นว่าตนเอง “ควบคุมทุกอย่างได้”
“คุณเรน” ชายหนุ่มยกมือทักอย่างสุภาพ “ผม กวิน วารีรักษ์”
เรนไม่ยื่นมือออกไปรับ เขายืนจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งๆ
“คุณเพิ่งกลับมา…แล้วคิดว่าบ้านนี้ยังเหมือนเดิมอยู่เหรอ?”
กวินชะงักไปเล็กน้อย เหมือนถูกคมมีดที่มองไม่เห็นเฉือนผ่านอากาศ แต่เขายังคงรักษารอยยิ้มไว้
“ผมกลับมาเพื่อให้มันดีขึ้น”
“ดีขึ้น?” เรนหัวเราะหึในลำคอ “บ้านที่เคยทำคนหายไปทั้งคน คุณจะทำให้มันดีขึ้นยังไง”
แววตาของกวินขุ่นลงนิดเดียว เหมือนกลิ่นเบอร์กาม็อตที่เริ่มโดนควันไฟเข้าแทรก
“ผมเสียใจกับเรื่องแม่คุณ…แต่ผมไม่ใช่คนทำให้เธอหายไป”
“ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าหมายถึงใคร” เรนตัดบท เสียงเรียบ แต่แหลมคม “คุณก็รีบปฏิเสธแล้วเหรอ คนในตระกูลวารีรักษ์?”
อากาศในโถงใหญ่เหมือนลดลงไปสององศา คนรับใช้ที่ยืนเงียบอยู่แถวซอกมุมห้องต่างรีบหลบสายตา
กวินมองเรนอย่างนิ่งงัน ก่อนจะพูดช้าๆ ด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้เป็นกลาง
“ผมเข้าใจว่าคุณเกลียดบ้านนี้ และเกลียดผมด้วย
“แต่ตอนนี้…เรามีปัญหาใหญ่กว่าเรื่องความรู้สึก”
เรนเลิกคิ้ว
“อะไร?”
กวินหันไปพยักหน้าให้คนรับใช้ที่มุมห้อง ประตูด้านในถูกเปิดออกอย่างเงียบเชียบ
กลิ่นบางอย่างพุ่งมาแตะจมูกของเรนทันที มันเป็นกลิ่นที่เขา… ไม่ควรได้กลิ่นอีกแล้ว
กุหลาบขาวโบราณ + เนโรลี + เงาเขียวสดเหมือนใบอ่อนหลังฝน
กลิ่นเดียวกับในความทรงจำของเขา… คืนที่แม่หายไป
เรนยืนค้าง เหมือนเวลาถูกกดหยุดไว้ที่วินาทีนั้น
“นี่คือ…?” เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
กวินตอบเบาๆ
“เมื่อคืน…คนในบ้านคนหนึ่งตาย
“และศพของเขา…
“มี กลิ่นนี้ ติดอยู่เต็มตัว”




