เรือนกลั่นตั้งอยู่แยกออกไปท้ายสวน เป็นอาคารทรงกล่องที่สูงตระหง่าน กำแพงกระจกสูงใหญ่จนไอน้ำที่เกิดจากฝนที่เพิ่งหยุดตกทำให้ทั้งอาคารดูเหมือนกำลัง หายใจไอน้ำ สีขาวขุ่นออกมาอย่างช้าๆ
ตำรวจยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา กวินอ้างเหตุผลว่า “เรื่องในบ้าน” ซึ่งเรนได้ยินแล้วก็อยากหัวเราะในลำคอ เพราะคำว่า “เรื่องในบ้าน” ของตระกูลใหญ่ มักจะแปลว่า “เรื่องที่ไม่อยากให้คนอื่นรู้”
ศพถูกวางอยู่บนเตียงสแตนเลสเย็นเฉียบ ชายวัยกลางคนในชุดแล็บสีขาว หน้าซีดเหมือนกระดาษที่ถูกกลิ่นดึงเอาสีสันทั้งหมดออกไป ไม่มีบาดแผลที่ชัดเจน ไม่มีเลือดไหลนอง คล้ายกับคนที่กำลังหลับอยู่เฉยๆ
แต่เรนเห็นทันทีว่านั่นไม่ใช่การหลับใหล เพราะดวงตาที่เหลือกขึ้นเล็กน้อย และรอยสีม่วงจางๆ ที่ปรากฏอยู่รอบริมฝีปาก มันคือสัญญาณของภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือการได้รับ พิษทางการสูดดม
“ใครเหรอ?” เรนถามเสียงห้วน
กวินตอบ “คุณพิชญ์ หัวหน้าแล็บคนเก่า เขาเป็นคนดูแลพื้นที่นี้ทั้งหมดตั้งแต่คุณแม่อยู่”
เรนก้มลงใกล้ ไม่ได้แตะต้องร่าง แต่สูดอากาศรอบตัวอย่างตั้งใจ กลิ่นที่เกาะบนศพนั้นวนเป็นชั้นๆ เหมือนโน้ตของน้ำหอมที่ถูกจัดเรียงไว้
✨ Top Note เปิดด้วยความเขียวหวานที่ชวนให้ใจอ่อน
🌸 Heart Note พุ่งเป็นดอกไม้ขาวที่ดูไร้พิษภัย
แต่ Base Note …คืออะไรบางอย่างที่ขมร้อน คล้ายกับกลิ่นของอัลมอนด์ที่ถูกเผาไหม้
เรนเบิกตากว้าง
“ไซยาไนด์…”
กวินหันขวับ “อะไรนะ?”
“กลิ่นคล้ายอัลมอนด์ขม” เรนพูดเร็ว ความคิดของเขาแล่นไปตามสายลมของกลิ่น “ถ้าเป็นไซยาไนด์จริง มันฆ่าได้ไวโดยไม่ทิ้งร่องรอยบาดแผล และมันสามารถซ่อนในน้ำหอมได้ง่ายมาก… บางคนใช้ความหวานกลบความตาย”
กวินนิ่งไปชั่วขณะ เหมือนคำว่า “ความตาย” ถูกนำมาขีดลงบนกระจกใสของโลกที่เขาเชื่อว่าควบคุมได้
เรนหันไปเห็นขวดทดลองขนาดเล็กที่ตกอยู่ใต้โต๊ะ เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยถุงมืออย่างระมัดระวัง บนฉลากเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ที่เขาคุ้นเคย
E.B. — Trial 7
มือของเรนสั่นเทา ลายมือนี้เป็นของ แม่เขา
กวินเห็นสีหน้าเขาแล้วถามเบาๆ “คุณรู้จักมันเหรอ?”
เรนกัดฟันแน่น น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นความกราดเกรี้ยว
“นี่เป็นลายมือแม่ผม! แปลว่าแม่ผมไม่เคยหนีไปไหน แปลว่าเธอ… ถูกทำให้หายไปที่นี่ แล้วคนร้ายยังกล้าใช้ชื่อเธอฆ่าคนต่อ”
กวินเงียบไปนาน ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวขึ้น
“ถ้าคุณต้องการสืบ ผมจะให้คุณอยู่ในบ้านนี้ และผมจะให้ทุกสิ่งที่คุณต้องการ
“แต่ผมมีเงื่อนไข”
เรนมองกลับอย่างเย็นชา “คุณจะต่อรองกับคนที่แม่หายไปในบ้านของคุณ?”
กวินสบตาเขาตรงๆ อย่างไม่หลบเลี่ยง
“ผมไม่ได้ต่อรอง ผมจะร่วมสืบ เพราะถ้าคนร้ายอยู่ในบ้านนี้จริง คนต่อไปอาจเป็นคนที่ผมรักที่สุด”
เรนชะงัก เขามองผ่านกระจกเรือนกลั่นไปเห็นเงาของรถเข็นสีขาวที่เคลื่อนมาตามทางเดินเชื่อม หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่บนนั้น
เธอมองมาที่พวกเขาด้วยแววตาที่อ่อนโยนบริสุทธิ์ เหมือนดอกไม้ที่ไม่เคยรู้จักพิษใดๆ ในโลก
และในวินาทีนั้นเอง เรนได้ กลิ่น จากเธอ
ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม แต่เป็นกลิ่นจางๆ ของ ดอกส้ม ที่ถูกแตะด้วยอะไรบางอย่างที่หวานลึกผิดธรรมชาติ
มันคล้ายกับฟีโรโมนในอากาศ ที่ทำให้หัวใจคน “เผลอเชื่อ” โดยไม่รู้ตัว
เรนขมวดคิ้ว รู้สึกหนาววาบอย่างไม่มีเหตุผล
หญิงสาวยิ้มบางๆ
“พี่กวินคะ…เขาคือคุณเรนใช่ไหมคะ หนู…ดีใจที่ได้เจอคุณ หนูชื่อ ลิลลี่ นะคะ”
เรนไม่ยิ้มตอบ แต่ในใจเขาเกิดคำถามแรกที่ไม่ควรถามขึ้นมาเอง
ทำไมเด็กผู้หญิงที่ดูอ่อนแอคนนี้… ถึงมีกลิ่นที่ “ทำให้คนอยากปกป้อง” ได้ขนาดนี้?




