Saturday, January 17, 2026

ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ

Search results for: Sample

บทที่ 15: โลกที่ไร้เสียง

...แปร๊นนนนนนน! ...เอี๊ยดดดดด! โครม! เสียง! เสียงที่ดังจนแก้วหูแทบแตก! ความเจ็บปวดแรกที่กระแทกเข้าใส่เมฆ... ไม่ใช่ "คลื่น" แห่งการลบ... แต่คือ "เสียง"...

บทที่ 14: ความเงียบที่กลืนกิน

"...เขาจะ 'ชำระล้าง' ... ที่นี่" คำพูดนั้น... มันไม่ใช่คำขู่ มันคือ "กำหนดการ" เมฆจ้องมองพระศุกร์ที่กำลังสั่นสะท้านอยู่บนพื้น "ชำระล้าง... ยังไงวะ"...

บทที่ 13: เสียงเคาะจากห้วงอเวจี

...ตึง... ตึง... ตึง... เสียงฝีเท้าหยุดลง... หน้าประตูห้อง 407 ความเงียบที่ตามมา... มันเลวร้ายยิ่งกว่าเสียงใดๆ มันคือความเงียบที่ "รอคอย" ......

บทที่ 12: กายเนื้อและมรณานุสติ

ห้องพักราคาถูก... ไม่เคยเงียบ เสียงแอร์ที่ดังครืดคราด... เสียงจราจรที่ไม่เคยหลับใหลจากถนนด้านนอก... และเสียงนีออนที่กะพริบ ...ซซซ... ผ่านม่านหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท แต่สำหรับเมฆ... โลกทั้งใบของเขากำลังเงียบงัน เขายังคงนั่งอยู่ที่เดิม......

บทที่ 11: การร่วงหล่นบนทางเท้า

...ปัง... ปัง... ปัง... เสียงเดียวที่ดังอยู่ในหัวของเมฆ... คือเสียงฝีเท้าของตัวเองที่กระทบกับทางเท้า เขาวิ่ง... เขาวิ่งจนปอดแทบฉีก... เขาวิ่งโดยไม่รู้ว่ากำลังจะไปไหน... มหาวิทยาลัยที่เคยเป็นโลกทั้งใบของเขา... บัดนี้กลายเป็น "เขตอันตราย"...

ตอนที่ 2 — “ศพในเรือนกลั่น”

เรือนกลั่นตั้งอยู่แยกออกไปท้ายสวน เป็นอาคารทรงกล่องที่สูงตระหง่าน กำแพงกระจกสูงใหญ่จนไอน้ำที่เกิดจากฝนที่เพิ่งหยุดตกทำให้ทั้งอาคารดูเหมือนกำลัง หายใจไอน้ำ สีขาวขุ่นออกมาอย่างช้าๆ ตำรวจยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามา กวินอ้างเหตุผลว่า “เรื่องในบ้าน” ซึ่งเรนได้ยินแล้วก็อยากหัวเราะในลำคอ เพราะคำว่า...

ตอนที่ 1 — “คนแปลกหน้าในบ้านกลิ่นหอม”

เรน กลับมายืนหน้าประตูเหล็กสูงสีดำของคฤหาสน์วารีอีกครั้ง ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ลอดเงาไม้ใหญ่ ทั้งที่เขาเคยสาบานกับตัวเองมาหลายปีว่าจะไม่มีวันก้าวเข้าไปในที่ที่... กลืนแม่เขาไปทั้งเป็น ป้ายทองคำเหลืองอร่ามหน้าประตูสลักคำว่า Varee Parfum House อย่างโอ่อ่า มันดูหรูหรา...

กลิ่นซ่อนตาย – Blossom Whispers

Prologue — “กลิ่นที่หายไป” กลางคืนเมื่อเจ็ดปีก่อน เสียงฝนที่ซัดสาดลงกระทบหลังคากระจกของเรือนกลั่นดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันไม่ใช่แค่เสียงของธรรมชาติ แต่คล้ายกับเสียงของนาฬิกาเรือนใหญ่ที่กำลังถูกตั้งให้เดินถอยหลังไปสู่จุดเริ่มต้น ดร.รสา วางขวดแก้วทรงคอเรียวลงบนโต๊ะสแตนเลสที่สะท้อนแสงไฟนีออนเย็นเยียบ ของเหลวสีใสที่บรรจุอยู่ข้างใน…ไม่ใช่เพียงแค่น้ำหอม แต่มันคือ “ความลับ” ที่ถูกกลั่นออกมาเป็นหยดแรก เธอก้มลงสูดมันอีกครั้งอย่างตั้งใจ...

บทที่ 8 – รายงานที่ถูกอ่านจากอีกด้าน

เช้าวันถัดมา ภาคินตื่นขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆไม่ใช่เพราะฝันร้าย คราวนี้ไม่มีท้องฟ้าใต้ดินแต่เป็นความรู้สึกแบบ…สมองยังอยู่บนเขา แต่ตัวลงมานอนบนฟูกแล้วเรียบร้อย เขานอนนิ่งมองเพดานสักพักภาพเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาทีละช็อตวงหิน ลายดาวที่เรียงตัวเป็นแผนที่หมู่บ้านกลับด้านเสียงฮัมเบา ๆ บนลมแผ่นหินที่มีชื่อคน “หายไป”และเสียงของดาบอที่พูดว่า “ผมไม่อยากให้ชื่อคุณไปอยู่บนหินพวกนี้ง่าย...

บทที่ 7 – หมู่บ้านที่ไม่มีอยู่ในแผนที่

“ขึ้นเขารอบสองในสองวัน…หัวข้อวิจัยผมควรเปลี่ยนเป็นเรื่อง ‘ความฟิตของนักโบราณคดี’ หรือเปล่าเนี่ย” ภาคินบ่นเบา ๆ ขณะรูดซิปกระเป๋าเป้ฟ้ายังไม่มืดสนิท แต่แสงเย็นก็ไหลลงไปกองอยู่หลังภูเขาแล้วในครัว ป้าแสงกำลังเก็บล้างจานเสียงกุกกัก พอเห็นเขาสะพายเป้ก็หันมามองทันที “จะขึ้นเขากันอีกแล้วเหรอหลาน” น้ำเสียงไม่ห้าม...

บทที่ 6 – หมู่บ้านที่มองฟ้าคนละแบบ

แสงเช้าสีอ่อนลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้มาปะทะหน้าแบบไม่ถามความสมัครใจ ภาคินลืมตาขึ้นช้า ๆ รู้สึกเหมือนสมองยังนอนอยู่แต่หนังตาตื่นแล้ว อย่างน้อย…ก็ไม่มีท้องฟ้าใต้ดินในแพ็กเกจความฝันรอบล่าสุด ถือว่าเป็นข่าวดีอันดับหนึ่งของเช้าวันนี้ ข่าวร้ายคือ หมอนในหมู่บ้านห้วยศิลานุ่มกว่าที่ห้องเช่ากรุงเทพฯ เยอะ ทำให้เขามีความรู้สึกอยากเป็น “นักวิชาการติดหมอน” มากขึ้นเป็นพิเศษ เสียงป้าแสงตะโกนเรียกจากชั้นล่างดังขึ้นมาอย่างแข็งแรง “คุณภาคิน—ลงมากินข้าวได้แล้วหลาน เดี๋ยวข้าวเย็น กลายเป็นวิทยานิพนธ์แช่แข็งนะ!” ที่นี่เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นวิทยานิพนธ์ได้หมดจริง...

บทที่ 5 – คนที่ฝันถึงท้องฟ้าผิดด้าน

หัวใจเต้นดังในอกจนกลัวว่าคนหลังประตูจะได้ยินภาคินกลืนน้ำลาย ฝ่ามือยังชื้นเหงื่อจากฝันเมื่อครู่ เที่ยงคืน…แล้วคนมองดาวมาหาหน้าห้องนี่มันโหมดไหนวะเนี่ย เขาลุกจากฟูกอย่างระมัดระวัง เดินไปใกล้ประตูไม้เสียงด้านนอกรออย่างเงียบ ๆ ไม่มีการเคาะซ้ำ ไม่มีการเร่งเร้า “ตื่นอยู่ครับ” เสียงของเขาแห้งกว่าที่คิด “มีอะไรหรือเปล่า” “ถ้าไม่สะดวก ผมค่อยมาใหม่ก็ได้”...