หลังจากผมไล่ ‘กระทิง’ เข้าห้องน้ำไปได้ไม่ถึงสิบนาที ประตูห้องน้ำก็เปิดผัวะออกมา พร้อมกับไอน้ำพวยพุ่ง
“สดชื่นนนนน!”
ผมที่กำลังนั่งเช็คไลน์กลุ่มงานกลุ่ม หันขวับไปมองแล้วก็ต้อง… อ้าปากค้าง
ไอ้เด็กยักษ์มันเดินออกมาโดยมีแค่ ‘ผ้าขาวม้า’ ผืนเดียวพันหมิ่นเหม่รอบเอวสอบ! หยดน้ำเกาะพราวตามลอนกล้ามหน้าท้องที่เรียงตัวสวยเหมือนขนมปังแถว ไหล่กว้างๆ นั่นเปียกชุ่ม ผมดำขลับที่ลู่ลงมาปรกหน้าผากทำให้มันดู… เอ่อ… เซ็กซี่แบบดิบเถื่อนจนน่าใจหาย
“เฮ้ย! เสื้อผ้าไปไหน!?” ผมตะโกนถาม พยายามบังคับสายตาไม่ให้โฟกัสต่ำกว่าสะดือ (ซึ่งยากมาก)
กระทิงเลิกคิ้ว ทำหน้าซื่อตาใส “ก็นอนแล้วนี่จ๊ะลูกพี่ ที่บ้านข้าเวลานอนก็นุ่งแค่นี้แหละ สบายดี ลมโกรก” ว่าแล้วมันก็สะบัดชายผ้าขาวม้านิดๆ ให้ดูว่าลมโกรกจริง
“โกรกบ้านป้าแกสิ! นี่มันห้องแอร์!” ผมรีบโยนชุดนอนลายตารางของตัวเองที่ไซส์ใหญ่สุด (แต่คงฟิตเปรี๊ยะสำหรับมัน) ใส่หน้ามัน “ใส่ซะ! เดี๋ยวปอดบวมตายคาห้องกู”
กระทิงรับเสื้อไปดมฟุดฟิด “หอมจัง… กลิ่นเดียวกับตัวลูกพี่เลย”
“ไม่ต้องดม! ใส่!”
กว่าจะบังคับให้มันใส่เสื้อยืดได้ก็เล่นเอาเหนื่อย แต่มันดันยืนยันว่าจะใส่นอนแค่กางเกงในตัวเดียว (เพราะกางเกงขายาวผม มันยัดขาไม่เข้า ติดกล้ามต้นขาแน่นๆ ของมัน) ผมเลยต้องยอมจำนน
ศึกแย่งที่นอน
“ที่นอนมึงอยู่ตรงนั้น” ผมชี้ไปที่ฟูกปิคนิคที่ปูไว้ข้างเตียง “ห้ามขึ้นมาบนเตียงกูเด็ดขาด เข้าใจไหม?”
กระทิงมองฟูกสลับกับเตียงคิงไซส์นุ่มๆ ของผม แล้วทำปากยื่น “ทำไมล่ะจ๊ะลูกพี่ เตียงลูกพี่กว้างจะตาย นอนสิบคนยังได้”
“กูหวงตัว! จบนะ!” ผมตัดบท ปิดไฟหัวเตียง แล้วมุดตัวลงใต้ผ้าห่มหนานุ่ม
“ใจร้าย…” เสียงทุ้มบ่นงึมงำในความมืด ก่อนจะมีเสียง ตุบ หนักๆ ดังมาจากพื้นข้างเตียง บ่งบอกว่าเจ้ายักษ์ยอมลงไปนอนแล้ว
ผมนอนฟังเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอของมันอยู่สักพัก… แปลกดี ปกติผมนอนคนเดียวมาตลอด พอมีเสียงคนอื่นอยู่ในห้อง มันก็รู้สึก… ไม่เงียบเหงาอย่างที่คิด
แอร์เย็นฉ่ำที่อุณหภูมิ 23 องศาทำให้ผมหลับสบาย… โดยไม่รู้เลยว่า หายนะ กำลังคืบคลานเข้ามากลางดึก
…
💤 กลางดึกสงัด
“อือ… หนาว…”
ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมากลางดึก ไม่ใช่เพราะเสียงนาฬิกาปลุก แต่เพราะความรู้สึก ‘หนัก’ และ ‘ร้อน’
เหมือนมีลาวาไหลมาทับตัวผม
ผมพยายามขยับตัว แต่ขยับไม่ได้เลย แขนขามันเหมือนโดนล็อกไว้ด้วยคีมเหล็ก พอลืมตาโพลงขึ้นมาในความมืดสลัวของแสงจันทร์…
เชี่ยยยยยย!
ไอ้กระทิง! มันขึ้นมาบนเตียงตอนไหนไม่รู้!
สภาพตอนนี้คือ ตัวมันนอนตะแคงกอดรัดผมไว้แน่นเหมือนผมเป็นหมอนข้าง ขาข้างหนึ่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามพาดทับช่วงเอวผมไว้แขนแกร่งโอบรอบตัวผมจนหน้าผมจมหายเข้าไปใน ‘แผงอก’ ของมัน
หน้าของผมแนบชิดกับกล้ามอกแน่นๆ ที่ไร้เสื้อผ้าปกปิด (อ้าว เสื้อยืดที่ให้ใส่ หายไปไหนแล้ววะ!) ผิวของมันร้อนผ่าวตัดกับอากาศเย็นในห้อง กลิ่นกายชายหนุ่มผสมกลิ่นสบู่อ่อนๆ ตีขึ้นจมูกเต็มๆ
“อือออ… อุ่น…” กระทิงละเมอเสียงงัวเงีย ก่อนจะกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก แล้วเอาคางสากๆ ที่เริ่มมีตอหนวดมาถูไถกับกลุ่มผมของผม “หอม… หมั่นเขี้ยว…”
“อึก… หาย… ใจ…” ผมพยายามดันอกมันออก แต่มือผมที่วางแปะอยู่บนกล้ามท้องแข็งๆ ของมันดันไร้เรี่ยวแรง
ประเด็นคือ… ท่อนล่างของเรามันเบียดกันแนบแน่นมาก! และผมสัมผัสได้ถึง ‘บางอย่าง’ ที่กำลังตื่นตัวรับยามเช้าของมัน ดันดุนอยู่ที่ต้นขาผม!
ไอ้เด็กบ้า! ใสซื่อจริงหรือเปล่าวะเนี่ย!
“ก…กระทิง! ตื่น!” ผมรวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย หยิกหัวนมมันไปทีนึง
“โอ๊ย!” กระทิงสะดุ้งตื่น ลืมตาโพลง “งู! งูกัดนมข้า!”
“งูพ่อง! กูเอง!” ผมถีบมันเปรี้ยงจนมันกลิ้งตกเตียงดัง โครม!
กระทิงนั่งงงอยู่บนพื้น ผมเผ้ายุ่งเหยิง เกาหัวแกรกๆ มองมาที่ผมด้วยสายตาตัดพ้อเหมือนหมาโดนเจ้าของตี “ลูกพี่ถีบข้าทำไม… ข้าหนาว… ข้างล่างมันหนาวเหมือนยอดดอยตอนหิมะลงเลย ลูกพี่ตัวอุ่นเหมือนเตาผิง ข้าเลยขอแบ่งไออุ่นนิดเดียวเอง”
“นิดเดียวบ้านแกสิ! ขึ้นคร่อมกูขนาดนี้!” ผมหน้าแดงแปร๊ด รีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัว “ไปใส่เสื้อเดี๋ยวนี้! แล้วห้ามขึ้นมาอีก!”
กระทิงยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง (ซึ่งสูงมากเมื่อมองจากมุมเงย) แสงแดดยามเช้าส่องผ่านผ้าม่านมากระทบหุ่นล่ำๆ ผิวสีแทนทองแดงนั่น…
มันยิ้มเขินๆ “ลูกพี่หน้าแดง… ร้อนเหรอจ๊ะ? หรือว่าเขินข้า?”
“กูโกรธโว้ยยยย! ไปอาบน้ำ!”
ผมปาหมอนใส่หน้ามัน เพื่อกลบเกลื่อนเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงผิดปกติ…
ให้ตายเถอะ… นี่แค่คืนแรกนะ หัวใจไอ้วินจะวายตายก่อนเรียนจบไหมเนี่ย!




