หลังจากงานประกวดจบลง ผม (วิน) ขอปลีกตัวออกมาซื้อน้ำปั่นหน้าคณะเพื่อฉลองเงียบๆ คนเดียว ระหว่างที่กระทิงกำลังโดนรุมถ่ายรูป
“น้ำแตงโมปั่นแก้วนึงครับ… อ๊ะ!”
ผ้าเช็ดหน้ากลิ่นฉุนกึกถูกโปะเข้าที่จมูกผมจากด้านหลัง! สติผมวูบดับไปทันที พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหู “เกมโอเวอร์แล้วครับคุณวิน…”
🔥 สัญชาตญาณสัตว์ป่า
ณ หลังเวทีประกวด
“ลูกพี่ไปนานจัง…” กระทิงชะเง้อคอมองหากลางวงล้อมแฟนคลับ “ข้าหิวนมเย็นแล้วนะ”
“ใจเย็นไอ้ทิง วินมันคงไปเข้าห้องน้ำ” พี่ภูผาที่ยืนพิงกำแพงอยู่บอก
“ไม่… กลิ่นลูกพี่จางลง” จมูกกระทิงขยับฟุดฟิด “แล้วมีกลิ่นอื่นเข้ามาแทน… กลิ่นน้ำหอมราคาแพง… กลิ่นความชั่วร้าย!”
ครืดดด! มือถือของกระทิง (ที่วินเพิ่งซื้อให้) สั่นเตือน มีข้อความเข้า พร้อมรูปภาพ …ภาพวินนอนหมดสติ ถูกมัดมือมัดเท้าอยู่บนเบาะหนังสีแดงในห้องมืดๆ…
[Unknown Number]: “ถ้าอยากได้เมียคืน มาหากูที่ ‘โกดัง 9 ท่าเรือคลองเตย’ มาคนเดียว… ถ้าแจ้งตำรวจ กูจะส่ง ‘คลิปเด็ด’ ของมันให้ทั่วเน็ต”
“อ๊ากกกกกกก!” กระทิงคำรามลั่นจนกระจกห้องแต่งตัวสั่น แววตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยความโกรธ “ไอ้ภาคิน! ข้าจะฆ่ามัน!”
“เดี๋ยวก่อนไอ้ทิง!” ภูผาคว้าไหล่น้องชายไว้ “มึงจะไปตัวเปล่าเหรอ? มันมีปืนนะเว้ย!”
“ข้าไม่กลัว! ข้าจะไปฉีกอกมัน!”
“กูรู้ว่ามึงไม่กลัว แต่ถ้าวินโดนลูกหลงล่ะ?” ภูผายิ้มเหี้ยมเกรียม หยิบกุญแจรถบิ๊กไบค์ขึ้นมาควง “งานนี้ต้องมีการวางแผน… และกูเตรียม ‘ของเล่น’ ไว้ให้มึงแล้ว”
🏍️ แว้นนรกบุกรังโจร
ณ โกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ภาคินนั่งจิบไวน์มองดูวินที่เพิ่งได้สติและถูกมัดติดกับเก้าอี้ “ตื่นแล้วเหรอที่รัก… รอน้องชายเธอหน่อยนะ เดี๋ยวคงมาถึง… ถ้ามันรักเธอจริงน่ะนะ”
“ไอ้สารเลว!” ผมถ่มน้ำลายใส่หน้ามัน “ปล่อยกู! ถ้ากระทิงมา มึงตายแน่!”
“หึ… กระทิงป่า หรือจะสู้หมาหมู่ของกู”
ทันใดนั้น… ตูมมมมม! 💥
ประตูเหล็กม้วนหน้าโกดังถูกพังกระจุย! ด้วยแรงชนของรถบิ๊กไบค์คันยักษ์ที่พุ่งเข้ามาจอดดริฟต์กลางวงลูกน้องนับสิบคน
ฝุ่นตลบอบอวล… ปรากฏร่างของ สองพี่น้อง ยืนตระหง่าน ภูผา ในชุดหนังสีดำ ถือไม้เบสบอลเหล็ก กระทิง ถอดสูททิ้ง เหลือแค่เสื้อกล้ามสีขาว (ที่ตอนนี้ดำปปี๋) และในมือถือ… ‘หนังสติ๊ก’!?
“ปล่อย-ลูก-พี่-กู-เดี๋ยว-นี้!” กระทิงตะโกนเสียงก้อง
“ฮ่าๆๆๆ!” ภาคินหัวเราะร่า “นี่มึงเอาหนังสติ๊กมายิงปืนกูเนี่ยนะ? ตลกสิ้นดี! จัดการมัน!”
ลูกน้องภาคินกว่า 10 คนชักมีดและไม้หน้าสามวิ่งกรูเข้ามา
“ลุยเลยไอ้ทิง! อย่าให้เสียชื่อลูกผู้ใหญ่บ้าน!” ภูผาสั่ง
🥊 Action Comedy: ศึกสมุนไพรพิฆาต
การต่อสู้เริ่มขึ้นแบบโคตรมั่วซั่วแต่มันส์หยด!
ภูผา สู้สไตล์นักเลงเมืองกรุง ใช้ไม้เบสบอลฟาดเปรี้ยงปร้าง เตะก้านคอคนโน้นทีคนนี้ทีอย่างชำนาญ
แต่ไฮไลต์อยู่ที่ กระทิง… มันไม่ได้ยิงกระสุนดินเหนียว… แต่มันล้วงเข้าไปในย่ามใบเก่ง แล้วหยิบ “ลูกระเบิด” ออกมา มันคือ… ถุงพริกป่นคั่วเองสูตรเผ็ดนรกแตก!
“รับไป! ระเบิดเพลิงโลกันต์!”
ผัวะ! ถุงพริกแตกกระจายใส่หน้าลูกน้องกลุ่มแรก “อ๊ากกกก! แสบตา! ตาบอดแล้ววว!” เหล่าลูกสมุนดิ้นพราดๆ ร้องจ๊ากเพราะพริกกะเหรี่ยงมันเผ็ดระดับทำลายล้าง
“และนี่! กระสุนเม็ดมะค่า!” กระทิงง้างหนังสติ๊กยิงรัวๆ ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! แม่นราวจับวาง! เข้ากลางแสกหน้าลูกน้องภาคินทีละคนจนหงายหลังตึง
ลูกน้องคนหนึ่งถือมีดดาบวิ่งเข้ามาข้างหลังกระทิง “ระวัง!” ผมตะโกนลั่น
กระทิงก้มหลบวูบ แล้วคว้า ‘สากกะเบือ’ (ที่พกมาทำไมไม่รู้) ฟาดเข้าที่ข้อมือมันจนมีดหลุด แล้วจับทุ่มด้วยท่ามวยปล้ำซูเพล็กซ์!
“อย่ามาซ่ากับเด็กดอยนะจ๊ะ! ข้าแบกหมูขึ้นเขาทุกวัน พวกเอ็งเบากว่าหมูอีก!”
❤️ ช่วยลูกพี่
ในที่สุด ลูกน้องภาคินก็นอนกองเกลื่อนกลาด ภาคินหน้าซีดเผือด ถอยกรูดไปชิดผนัง เอามีดจ่อคอผมไว้ “อย่าเข้ามา! กูเชือดมันจริงๆ นะ!”
กระทิงหยุดชะงัก มือที่ง้างหนังสติ๊กสั่นระริก “อย่า… อย่าทำลูกพี่…”
“ทิ้งอาวุธ! แล้วคุกเข่าลง!” ภาคินสั่ง
กระทิงยอมทิ้งหนังสติ๊กและสากกะเบือ ค่อยๆ คุกเข่าลงช้าๆ น้ำตาคลอเบ้า “ข้ายอมแล้ว… ปล่อยลูกพี่เถอะ ข้าจะไปกับแก…”
“ไม่! อย่าก้มหัวให้มันไอ้กระทิง!” ผมตะโกน “พี่ภู! ทำอะไรสักอย่างสิ!”
พี่ภูผาที่แอบย่องไปด้านข้าง ยักคิ้วให้ผมทีนึง แล้วหยิบ ‘ทุเรียน’ (ที่วางอยู่บนโต๊ะเซ่นไหว้เจ้าที่ในโกดัง) โยนส่งให้กระทิง
“ไอ้ทิง! รับ!”
กระทิงรับลูกทุเรียนหนามแหลมเปี๊ยบด้วยมือเปล่า (หนังหนามาก) สัญชาตญาณนักล่าตื่นขึ้นทันที “ของโปรดภาคินไม่ใช่เหรอ? กินนี่ซะ!”
กระทิงขว้างทุเรียนเต็มแรง! เฟี้ยววววว!
ลูกทุเรียนลอยละลิ่วเฉียดหัวผมไปนิดเดียว แล้วพุ่งเข้าชนหน้าภาคินเต็มๆ! ผลัวะ!
” โอ๊ยยยยย!” ภาคินร้องเสียงหลง ปล่อยมีดหลุดมือ หน้าแหกยับเพราะหนามทุเรียน
กระทิงไม่รอช้า พุ่งตัวเข้ามาแก้มัดผม แล้วดึงผมเข้าไปกอดแน่นจนกระดูกลั่น “ลูกพี่! ฮืออออ! ข้ากลัวแทบตาย!”
“โอ๋ๆ… กูอยู่นี่แล้ว…” ผมลูบหลังมันที่สั่นเทิ้ม “เก่งมาก… ฮีโร่ของกู”
🚔 บทสรุป: พี่ชายผู้เสียสละ
เสียงไซเรนตำรวจดังใกล้เข้ามา (พี่ภูผาโทรแจ้งไว้ก่อนบุก)
“ไปซะ…” ภูผาเดินเข้ามาตบไหล่กระทิง “พาเมียมึงกลับบ้าน ตำรวจมาเดี๋ยวเรื่องยาว กูจะอยู่เคลียร์กับตำรวจเอง”
“แต่พี่ภู…”
“ไป! กูมีประวัติอยู่แล้ว เพิ่มอีกคดีไม่เป็นไรหรอก ถือว่ารับขวัญหลานในอนาคต” ภูผายิ้มเท่ๆ ดันหลังพวกเรา “ดูแลกันดีๆ ล่ะ อย่าให้กูต้องมาออกแรงอีก”
ผมมองพี่ชายจอมโหดด้วยความซาบซึ้ง… ภายใต้ความเถื่อน พี่แกโคตรแฟมิลี่แมนเลยว่ะ




