บรรยากาศงาน Freshy Night คืนนี้คึกคักเป็นพิเศษ แสงไฟสปอตไลต์สาดส่องไปทั่วหอประชุมใหญ่ เสียงกรี๊ดของเหล่านักศึกษาดังกระหึ่ม
แต่หลังเวที… ผม (วิน) กำลังจะประสาทแดก!
“ลูกพี่จ๊ะ… กางเกงตัวนี้มันรัดไข่ข้า! ข้าหายใจไม่ออก!”
‘กระทิง’ ยืนบิดไปบิดมาในชุดสูทสีขาวเข้ารูป (ที่เพื่อนตุ๊ดในคณะผมตัดเย็บให้เพื่อโชว์สัดส่วนทองคำ) ผมทรงรังนกถูกเซตเปิดหน้าผากเผยให้เห็นใบหน้าหล่อคมเข้มที่ดาเมจรุนแรงกว่าปกติสิบเท่า
“ทนหน่อยเว้ย! อีกแป๊บเดียวก็จบแล้ว!” ผมจัดหูกระต่ายให้มัน มือไม้สั่นเพราะความเครียด “จำที่ซ้อมได้ไหม? ยิ้มหวานๆ เดินเท่ๆ ห้ามแคะขี้มูกบนเวที!”
“จ้ะ! ข้าจะทำเพื่อลูกพี่! จะเอาตุ๊กตาทองคำกลับไปตั้งโชว์ที่บ้านให้ได้!”
สาเหตุที่กระทิงต้องมาลงประกวด “เดือนคณะบริหาร” ก็เพราะโดนเพื่อนยุ (แถมพนันเลี้ยงหมูกระทะ) และคะแนนโหวตในเพจมหาลัยก็นำโด่งเพราะกระแส #SaveKrating นั่นแหละ
😈 แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
เมื่อพิธีกรประกาศเปิดงาน ผมแอบมองออกไปที่โต๊ะกรรมการด้านหน้าเวที แล้วก็ต้องเลือดขึ้นหน้า
ตรงเก้าอี้ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์… ไอ้ภาคิน นั่งไขว่ห้างอยู่! มันมาในฐานะ “สปอนเซอร์หลัก” ของงาน (บริจาคเงินไปหลายแสนเพื่อการนี้โดยเฉพาะ) ข้างกายมีลูกน้องหน้าโหดยืนคุมเชิง
ภาคินหันมาเห็นผมที่แอบมองอยู่ข้างเวที มันแสยะยิ้มร้ายกาจ แล้วขยับปากบอกแบบไม่มีเสียงว่า “คืนนี้… กูจะฉีกหน้าน้องมึง”
🍃 รอบแสดงความสามารถพิเศษ: ตำนานรักดอกหญ้า
การประกวดดำเนินมาถึงรอบ Talent Show ผู้เข้าประกวดคนอื่นโชว์ร้องเพลงเกาหลี เต้น Cover หรือเล่นมายากลแป้กๆ
“ผู้เข้าประกวดหมายเลข 9… นายกระทิง จากคณะบริหารธุรกิจ!”
เสียงกรี๊ดดังสนั่นหอประชุม ป้ายไฟชื่อ “พี่กระทิง” สว่างไสวพรึ่บพรั่บ กระทิงเดินออกมากลางเวที… แต่ไม่ได้เตรียมดนตรีมาสักชิ้น
พิธีกร: “น้องกระทิงจะมาโชว์อะไรครับ?”
กระทิง: (หยิบใบไม้ใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ) “ข้า… เอ้ย ผมจะ ‘เป่าใบไม้’ ครับ เป็นเพลงที่ผู้ชายเผ่าผมใช้จีบสาว… เอ้ย จีบคนรักครับ”
ทั้งฮอลล์เงียบกริบ บางคนเริ่มหัวเราะคิกคัก เป่าใบไม้เนี่ยนะ?
แต่ทันทีที่กระทิงจรดใบไม้ที่ริมฝีปาก… หวีด… หวิ้ว…
เสียงดนตรีแหลมใสแต่กังวานและเศร้าสร้อยดังขึ้น ท่วงทำนองแปลกหูแต่มันช่างไพเราะจับใจ เหมือนเสียงลมพัดผ่านยอดดอย เหมือนเสียงนกร้องหาคู่… มันสะกดคนทั้งฮอลล์ให้ตกอยู่ในภวังค์
กระทิงหลับตาเป่า… แต่ภาพในหัวผมกลับฉายชัดถึงคืนที่มันร้องเพลง (เพี้ยนๆ) ให้ผมฟังที่ระเบียง วันนี้มันตั้งใจทำเพื่อผมจริงๆ
พอเป่าจบ… ความเงียบปกคลุมอยู่ 3 วินาที ก่อนที่เสียงปรบมือจะดังสนั่นหวั่นไหว!
แต่ ภาคิน ไม่ปรบมือ… มันหยิบไมค์ขึ้นมา “ก็แค่เป่าใบไม้… น่าเบื่อ เหมือนขอทานเป่าปี่”
บรรยากาศตึงเครียดทันที
ภาคินยิ้มเยาะ “ได้ข่าวว่าน้องแรงเยอะนี่… งั้นขอโชว์ ‘ความแข็งแกร่ง’ หน่อยได้ไหม? ถ้าทำได้ถูกใจเดี๋ยวป๋าเพิ่มคะแนนให้”
มันหันไปพยักหน้าให้ลูกน้อง… ลูกน้อง 2 คนแบก “ท่อนซุง” (อุปกรณ์ประกอบฉากละครเวทีคณะสถาปัตย์) ออกมาวางโครม!
“ยกไหวไหมน้อง? หรือมีดีแค่หน้าตา?”
คนดูเริ่มฮือฮา นี่มันกลั่นแกล้งชัดๆ! ท่อนซุงนั่นหนักเกือบร้อยโล!
กระทิงมองท่อนซุงตาแป๋ว… เดินเข้าไปหา ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกโยนไปทางผม (กรี๊ดดดดด! ซิกแพคกระแทกตาคนดู!)
ฮึบ! กระทิงก้มลงช้อนท่อนซุง แล้วตวัดขึ้นมาแบกบนบ่าด้วยท่าทางสบายๆ เหมือนแบกหมอนข้าง!
ยังไม่พอ… มันหันไปมองภาคิน แล้วฉีกยิ้ม “แค่นี้เหรอจ๊ะ? เบาไปนะ… งั้นข้าขอ ‘สควอท’ โชว์เลยละกัน!”
หนึ่ง… สอง… สาม… กระทิงแบกซุงทำท่าลุกนั่งโชว์กลางเวที! กล้ามขาแน่นๆ เกร็งตัวสวยงาม เรียกเสียงกรี๊ดจนหอประชุมแทบแตก! ภาคินหน้าเจื่อนสนิท แผนหักหน้ากลายเป็นเวทีโชว์พาวเฉยเลย!
💣 รอบตอบคำถาม: กับดักเงินล้าน
มาถึงรอบสุดท้าย… ภาคินไม่ยอมแพ้ มันใช้สิทธิ์กรรมการยิงคำถามเอง
“คำถามสำหรับน้องกระทิง…” ภาคินจ้องตากระทิงเขม็ง “ถ้าน้องชนะคืนนี้ จะมีสปอนเซอร์ใจดี (หมายถึงกูเนี่ยแหละ) มอบเงินรางวัลพิเศษให้ 1 ล้านบาท พร้อมคอนโดหรูและรถสปอร์ต… โดยมีข้อแม้ว่า น้องต้องเลิกยุ่งกับ ‘ผู้จัดการส่วนตัว’ ของน้อง (หมายถึงวิน) แล้วย้ายมาอยู่สังกัดสปอนเซอร์แทน… น้องจะเลือกอะไร ระหว่าง อนาคตที่สุขสบาย กับ พี่ชายจนๆ คนนั้น?”
คำถามโคตรแรง! นี่มันบีบกันกลางเวที! กล้องซูมไปที่หน้ากระทิง แล้วตัดสลับมาที่หน้าผมที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ข้างเวที
กระทิงนิ่งไปสักพัก… ก่อนจะยกไมค์ขึ้นตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เงินหนึ่งล้าน… ซื้อควายได้หลายตัวเลยนะจ๊ะ” คนดูหัวเราะ
“แต่…” กระทิงมองตรงไปที่ภาคิน แววตาวาวโรจน์ “เงินของท่าน… ซื้อ ‘ความอบอุ่น’ เวลาที่ข้าหนาวไม่ได้… ซื้อ ‘รอยยิ้ม’ ของลูกพี่ข้าไม่ได้… และที่สำคัญ…”
กระทิงหันมามองผม ส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก (แบบไม่ปิดบัง) “ต่อให้ท่านเอาทองคำมากองท่วมภูเขา ข้าก็ไม่แลกกับลูกพี่วินหรอกจ้ะ… เพราะลูกพี่วิน คือ ‘หัวใจ’ ของข้า… ถ้าไม่มีหัวใจ ข้าก็ตาย… แล้วข้าจะเอาเงินไปใช้ในนรกเหรอจ๊ะ?”
กริบ… แล้วตามด้วยเสียง เฮ!!! ดังสนั่นหวั่นไหว เพื่อนๆ ผมกระโดดกอดกันหลังเวที สาววายน้ำตาไหลพราก
“จบข่าว!” พิธีกรประกาศ “ผมว่าเราได้ผู้ชนะแล้วครับ!”
🏆 หลังเวที: รางวัลของคนเก่ง
กระทิงเดินลงมาจากเวทีพร้อมสายสะพายและถ้วยรางวัล (ที่มันถือแกว่งไปมาเหมือนของเล่น) มันพุ่งตรงเข้ามาหาผมทันที
“ลูกพี่! ข้าชนะแล้ว! ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่ไปกับมันหรอก!”
ผมยืนมองมัน… ความรู้สึกตื้นตันมันจุกอก ไม่คิดว่าเด็กบ้านนอกคนนึงจะกล้าปฏิเสธเงินล้านเพื่อคนธรรมดาอย่างผม
“เออ… มึงเก่งมาก… เก่งที่สุดเลย” ผมเสียงสั่นเครือ
“ลูกพี่ร้องไห้เหรอ?” กระทิงทำหน้าตกใจ วางถ้วยรางวัล แล้วดึงผมเข้าไปกอด “โอ๋ๆ ไม่ร้องนะจ๊ะ… ข้าอยู่นี่แล้ว”
“กูไม่ได้ร้อง! ฝุ่นมันเข้าตา!” ผมซุกหน้าลงกับอกกว้างๆ ที่ยังชื้นเหงื่อของมัน “ขอบใจนะเว้ย… ที่เลือกกู”
“ข้าเลือกลูกพี่ตั้งแต่วันแรกแล้วจ้ะ” กระทิงก้มลงกระซิบ “ว่าแต่… ข้าชนะแล้ว ลูกพี่มีรางวัลให้ข้าไหม?”
“จะเอาอะไร? หมูกระทะ?”
“ไม่อาววว…” กระทิงส่ายหน้า ยิ้มเจ้าเล่ห์ “ข้าอยากกิน ‘นมเย็น’ … แต่ต้องกินจาก ‘ปาก’ ลูกพี่นะ”
“ไอ้ทะลึ่ง! ไปหัดมุกนี้มาจากไหน!”
“พี่ภูสอนมาจ้ะ!”
ผมอยากจะกุมขมับ… พี่น้องคู่นี้มันสอนอะไรกันวะเนี่ย! แต่เอาเถอะ… คืนนี้ยอมให้วันนึงแล้วกัน
🔥 ตอนหน้า: ความหวานยังไม่ทันจางหาย… ภาคิน ที่โกรธจนหน้ามืด ตัดสินใจใช้ “ไม้ตาย” สุดท้าย! ด้วยการส่งคนมาลักพาตัววินไป ระหว่างที่กระทิงเผลอ! งานนี้ “เด็กดอย” ต้องกลายร่างเป็น “นักล่า” เต็มตัวเพื่อตามไปชิงตัวหัวใจคืนมา! พร้อมแท็กทีมกับ พี่ภูผา ในปฏิบัติการบู๊ล้างผลาญ!




