Saturday, January 17, 2026

ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ

HomeEpisodeบทที่ 2 – ทางสู่ห้วยศิลา

บทที่ 2 – ทางสู่ห้วยศิลา

เช้าวันถัดมา ภาคินพบว่าตัวเองกำลังนั่งจ้องกระเป๋าเป้สองใบกับรองเท้าผ้าใบคู่เก่าบนพื้นห้องเช่า
ในหัวเต็มไปด้วยคำถามประมาณร้อยข้อ ตั้งแต่ “ควรเอายากันยุงกี่ซอง” ไปจนถึง “คนในหมู่บ้านห้วยศิลาเล่นโซเชียลกันไหม”

เสียงแจ้งเตือนไลน์เด้งดัง ติ๊ง ขึ้นมาพอดี

บัว: เฮ้ย แกจริงจังป่ะ จะไปอยู่ป่าจริง ๆ เนี่ย
ภาคิน: ป่าอะไรกัน แค่ลงพื้นที่วิจัย
บัว: วิจัยผีดวงดาวป่ะล่ะ
ภาคิน: วิจัยลัทธิโบราณครับ คุณนักข่าวสายคลิกเบตช่วยถอยไปนิด
บัว: ถ้ากลับมาแล้วมีผัวเป็นเจ้าลัทธิโบราณ ฝากสัมภาษณ์ด่วน

ภาคินถอนหายใจเฮือก แต่ปากก็ยิ้มออกมาอยู่ดี

ภาคิน: ใครจะไปเอาเจ้าลัทธิ แค่คนปกติยังไม่มีเลย
บัว: แกนี่มันไม่รู้อนาคตเลยจริง ๆ
บัว: เออ ระวังอย่างเดียวนะ คนแถวนั้นเขาว่า “อย่ามองดาวนาน เดี๋ยวตาจะหลุดไปอยู่ข้างบน”
ภาคิน: …ฟังดูเป็นคำเตือนโบราณที่โคตรจะวิทยาศาสตร์มาก
บัว: แหม สายวิทย์อย่างแกก็ช่วยอธิบายให้ชาวบ้านเขาหน่อยแล้วกันว่าตาหลุดขึ้นไปยังไง

เขาส่ายหัว หยิบมือถือวางลง ก่อนคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพาย
ตารางวันนี้คือขึ้นรถทัวร์ไปตัวเมืองจังหวัด X แล้วจะมีคนของ อบต. มารับไปต่อถึงทางเข้าหมู่บ้านห้วยศิลา

“อาจารย์บอกว่า ‘คนพื้นที่’ จะมารับ…ฟังแล้วก็ทั้งโล่งทั้งไม่โล่ง” เขาพึมพำกับตัวเอง

รถทัวร์เย็นเฉียบด้วยแอร์ที่ตั้งอุณหภูมิประมาณโลกขั้วเหนือ
ภาคินซุกตัวในเสื้อกันหนาวบาง ๆ พลางหยิบรายงานของพ่อออกมาอ่านต่อ
ข้อความที่เขาอ่านเมื่อคืนนั้นยังวนอยู่ในหัว

“จงระวังสิ่งที่มาจากท้องฟ้าที่ไม่ได้มาจากเบื้องบน
และอย่าไว้ใจคนที่มองดาวโดยไม่กะพริบตา”

“คนมองดาวโดยไม่กะพริบตา…คือคนติดมือถือใช่ไหม” เขาบ่นเบา ๆ กับตัวเอง
ภาพในหัวเป็นฝาแฝดของบัว นั่งเลื่อนทวิตเตอร์ทั้งวัน

เสียงประกาศบนรถดังขึ้นขัดจังหวะความคิด
เมื่อรถทัวร์เลี้ยวเข้าเขตภูเขา สัญญาณโทรศัพท์ในมือถือก็เริ่มสั่น ๆ แล้วหายไป

“โอเค โลกร่วมสมัยลาก่อน” ภาคินกดปิดหน้าจอ “จากนี้เข้าสู่โหมดลัทธิโบราณแล้วสินะ”

ตัวเมืองจังหวัด X ไม่ได้เล็กมากอย่างที่เขาคิด
มีทั้งร้านกาแฟฮิป ๆ และป้ายโปรโมตร้านหมูกระทะแบบฟอนต์ป้ายวัดปนฟอนต์เกาหลีจนอ่านยากเล็กน้อย
แต่อย่างน้อย ก็ยังมี 7-Eleven ให้รู้สึกว่าความศิวิไลซ์ยังไม่หมดไปจากโลก

ชายรูปร่างท้วมในเสื้อเชิ้ตลายสก็อตโบกมือให้เขาอยู่หน้าสถานีขนส่ง
“คุณภาคินใช่ไหมครับ”

“ครับผม”

“ผมผู้ใหญ่ณรงค์ หน่วยประสานงานชั่วคราวของคุณจากทางหมู่บ้านห้วยศิลาครับ”
น้ำเสียงอ่อนโยนแต่ดังฟังชัดแบบคนพูดผ่านไมค์งานหมู่บ้านมาแล้วหลายสิบปี

“ขอบคุณมากครับที่อุตส่าห์มารับ”

“อาจารย์เดชาฝากกำชับมาหนักเลยครับ บอกว่าให้ดูแลคุณดี ๆ เดี๋ยวเขาเสียลูกศิษย์เก่ง ๆ ไปอีกคน”
ผู้ใหญ่ณรงค์หัวเราะนิด ๆ แต่คำว่า “อีกคน” ทำให้ภาคินสะดุดหู

“คือ…หมายถึง—”

“อ้าว รถมากพอดี ไป ๆ เดี๋ยวค่อยคุยบนรถครับ ทางขึ้นไปห้วยศิลาเขาคดเคี้ยวหน่อย”
ผู้ใหญ่ณรงค์ตัดบทอย่างเนียน ๆ ก่อนจะพาเขาไปขึ้นรถกระบะคันเก่าที่ด้านหลังมีกรงไก่เปล่ากับกระสอบข้าวสารวางอยู่

“ผมได้ขึ้นรถที่กลิ่นเหมือนเศรษฐกิจพอเพียงแบบนี้บ่อยมากในงานภาคสนาม” ภาคินคิดในใจ
แต่ก็ยอมโยนเป้ขึ้นหลังกระบะอย่างว่าง่าย

ทางขึ้นเขาคดไปคดมาจนเขาเริ่มสงสัยว่า กระเพาะตัวเองจะผูกเป็นปมตามถนนหรือยัง
ผู้ใหญ่ณรงค์เป็นคนขับที่ชำนาญแบบใช้มือข้างหนึ่งขับ อีกข้างเปิดขนมกินสบาย ๆ
แถมยังมีอารมณ์ชี้โน่นชี้นี่ให้เขาดูไปตลอดทาง

“นู่น เขาหินนั่นเขาเรียกกันว่า ‘เขาผาหลับตา’ เพราะถ้าดูไกล ๆ มันเหมือนหน้าคนหลับตาอยู่”
ผู้ใหญ่พูด

ภาคินเหลือบตามอง ก็เห็นเป็นเงาภูเขาที่บังหมอก…ที่จริงก็เหมือนอยู่หน่อย ๆ

“แล้วบนเขานั่นมีอะไรไหมครับ”

“มีครับ” ผู้ใหญ่ตอบเสียงนิ่ง “มีสัญญาณโทรศัพท์ที่ดีขึ้นนิดนึง”

ภาคินหลุดหัวเราะ
“ผมเริ่มชอบผู้ใหญ่นิด ๆ แล้ว”

“แล้วจริง ๆ หมู่บ้านห้วยศิลา มีอะไรที่เกี่ยวกับ…ลัทธิดวงดาราไหมครับ”
ในที่สุดเขาก็ถามคำที่อยากถามที่สุดจนได้

ผู้ใหญ่ณรงค์นิ่งไปนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจ
“คุณภาคินนี่ก็ถามตรงดีนะครับ”

“อ้าว…ไม่ควรถามเหรอครับ”

“ควรถามครับ แต่ถามบนรถแบบนี้ก็ดีแล้ว”
ผู้ใหญ่พูดพลางหักพวงมาลัยเลี้ยวโค้ง “ถ้าถามในหมู่บ้าน คงมีคนแอบฟัง”

“ผมควรเริ่มกลัวดีไหมครับตอนนี้” ภาคินพึมพำ

“ยังไม่ต้องกลัวหรอกครับ แต่ให้ระวัง” ผู้ใหญ่ณรงค์ยิ้มบาง ๆ
“ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ใช้ชีวิตปกติดีนั่นแหละ ทำนา ปลูกผัก เลี้ยงไก่
แค่บางครอบครัว…เขายึดถืออะไรบางอย่างสืบต่อกันมา”

“อะไรบางอย่างเช่น…”

“ศาลหินบนเขา ลานพิธีเก่า ๆ พวกนั้นแหละครับ”
ผู้ใหญ่ตอบ “พวกผมเรียกรวม ๆ ว่า ‘พวกคนเฝ้าดาว’ ”

คำว่าคนเฝ้าดาวทำให้ขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
นึกถึงประโยคในบันทึกของพ่อทันที

“คนเฝ้าดาวนี่…เขาทำอะไรบ้างครับ”

“ก็เฝ้าดาวครับ” ผู้ใหญ่ตอบหน้าตาย “เขาจะขึ้นไปบนลานหินทุกคืนเดือนบาง
ไปนั่งเงียบ ๆ เงยหน้ามองท้องฟ้าอยู่อย่างนั้นเป็นชั่วโมง”

ภาคินกลืนน้ำลาย

“แล้ว…เขากะพริบตาไหมครับ”

ผู้ใหญ่ณรงค์เหลือบตามามองเขาแวบหนึ่ง ก่อนหัวเราะลั่น
“โห คุณนี่ก็ถามอะไรตลกดีนะครับ จะให้ผมไปนับรอบกะพริบตาเขาด้วยไหมเนี่ย”

“เปล่าครับ ผมแค่…”
เขากัดริมฝีปาก ไม่กล้าพูดต่อว่าพ่อเคยเตือนเรื่อง “คนที่มองดาวโดยไม่กะพริบตา”

“แต่ถ้าเอาตรง ๆ นะ” ผู้ใหญ่พูดต่อแบบสบาย ๆ
“คนในหมู่บ้านเขาก็กลัว ๆ พวกคนเฝ้าดาวนั่นอยู่เหมือนกัน บางคนว่าเป็นคนดี เฝ้าปกป้องอะไรบางอย่าง
บางคนก็ว่าบ้าไปแล้ว มองฟ้าจนสมองหลุดขึ้นไปอยู่บนนั้น”

“อาจารย์ผมคงดีใจที่มีคนเชื่อในทฤษฎีวิวัฒนาการของสมองลอยฟ้า” ภาคินคิดในใจ

รถกระบะวิ่งผ่านสะพานไม้เล็ก ๆ ที่มีลำน้ำตื้น ๆ ไหลผ่าน
หมู่บ้านห้วยศิลาโผล่ขึ้นมาในสายตาในรูปแบบของบ้านไม้สลับบ้านปูนเตี้ย ๆ กับทุ่งนาเขียวขจี
ฉากหลังเป็นภูเขาหินสีเทาเข้มที่ดูนิ่งจนน่าอึดอัด

“ถึงแล้วครับ” ผู้ใหญ่ณรงค์จอดรถหน้าศาลาเล็ก ๆ
“เดี๋ยวคุณค้างที่โฮมสเตย์ของป้าแสง เขาเป็นคนใจดีหน่อย แล้วก็ไม่ยุ่งเรื่องดาวเท่าไหร่”

“ประโยคหลังนี่ฟังดูสำคัญมากนะครับ” ภาคินหัวเราะแห้ง ๆ

ยังไม่ทันเดินลงจากรถ เสียงเด็ก ๆ ก็วิ่งกรูเข้ามาใกล้ ๆ
เด็กผู้ชายคนหนึ่งชี้มาที่เขาแล้วร้องลั่น

“ป้าแสง ๆ ๆ คนเมืองมาแล้ว! คนเมืองมาหาผีในเขาแน่เลย!”

“เดี๋ยว ๆ ๆ พี่มาหาวิจัยครับ ไม่ได้มาหาผี” ภาคินรีบโบกมือปฏิเสธ

“ก็ผีในเขามันเป็นวิจัยไง” เด็กตอบหน้าซื่อ
ผู้ใหญ่ณรงค์หัวเราะจนไหล่สั่น

“เด็ก ๆ แถวนี้ชอบพูดเล่นน่ะครับ อย่าไปคิดมาก”
แต่สายตาของบางคนที่แอบมองจากหน้าบ้านกลับไม่ได้ดูเป็นการเล่นเลยสักนิด

โฮมสเตย์ของป้าแสงเป็นบ้านไม้ยกพื้นมีระเบียงกว้าง ๆ
ลมพัดเย็นอย่างประหลาดทั้งที่แดดบ่ายยังแรง
กลิ่นหอมของข้าวสวยใหม่ ๆ และแกงอะไรบางอย่างลอยมาจากครัว

“มา ๆ มากินข้าวก่อน เดี๋ยวค่อยจัดห้อง” ป้าแสงตัวเล็กแต่เสียงดังฟังชัด
“ผู้ใหญ่ณรงค์บอกว่าจะอยู่กันหลายวันใช่ไหม”

“ครับ ถ้าไม่สร้างเรื่องอะไรจนโดนไล่กลับก่อน” ภาคินตอบยิ้ม ๆ

“โอ๊ย ถ้าสร้างเรื่องได้ก็ดีสิ จะได้มีเรื่องเม้าท์” ป้าแสงตอบอย่างจริงใจ
“เดี๋ยวนี้หมู่บ้านมันเงียบเกินไป จนคนแก่จะกลายเป็นผีเองแล้วเนี่ย”

ภาคินหัวเราะเต็มที่ครั้งแรกนับตั้งแต่เดินทางมา
ความรู้สึกเกร็ง ๆ เบาลงไปนิดหน่อย

ระหว่างกินข้าว เขาได้ฟังเรื่องเล่าของหมู่บ้านห้วยศิลาในเวอร์ชันป้าแสง
ตั้งแต่เรื่องคนเจอไฟประหลาดบนเขา ไปจนถึงเรื่องหมาที่เห่าท้องฟ้าแล้วกลับมาบ้านเสียงแหบสามวัน

“แล้วป้าเชื่อเรื่อง…คนเฝ้าดาวอะไรนั่นไหมครับ” เขาถามตอนกำลังตักแกงใส่จานเพิ่ม

ป้าแสงนิ่งไปครู่เดียว รอยยิ้มจางลงนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้หายไปหมด

“ป้าเชื่อว่า คนเราถ้ามองอะไรนาน ๆ ก็จะกลายเป็นอย่างนั้นแหละ” ป้าตอบ
“บางคนมองเงินจนกลายเป็นคนหน้าเงิน บางคนมองแต่โทรศัพท์จนกลายเป็นโทรศัพท์ติดขา
แล้วคนที่มองดาวทั้งคืน…ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะกลายเป็นอะไร”

“ผม… เริ่มอยากกลับไปกลายเป็นคนติด Wi-Fi ในเมืองแทนแล้วครับ” ภาคินคิดในใจ

ช่วงบ่ายแก่ ๆ ผู้ใหญ่ณรงค์กลับมาหาเขาที่ระเบียง
ในมือมีหมวกแก๊ปสีซีดใบหนึ่งกับขวดน้ำพลาสติก

“เย็นนี้จะมีคนพาไปดูรอบ ๆ หมู่บ้านก่อนนะครับ เป็นคนพื้นที่ที่ขึ้นเขาเก่ง”
ผู้ใหญ่พูด “เขาชื่อดาบอ อาซา แปลว่าดวงดาวผู้รักอิสระ…แต่คนส่วนใหญ่เรียกสั้น ๆ ว่า ‘อาบอ’ ”

ชื่อที่หลุดออกมาทำให้หัวใจภาคินเต้นแรงขึ้นแบบไม่มีเหตุผล
ทั้งที่เป็นแค่ชื่อคนธรรมดา

“เขาเป็นไกด์เหรอครับ”

“ก็…ไม่เชิงครับ” ผู้ใหญ่เกาหัว
“เขาเป็น…คนที่รู้ทางดี แล้วก็รู้เรื่องบนเขามากกว่าคนอื่น
ชาวบ้านคนอื่นก็เลยไม่ค่อยอยากไปยุ่งเท่าไหร่”

“ฟังดูน่าไว้วางใจมากครับ” ภาคินตอบประชดเบา ๆ

“อาจจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ตอนแรก แต่เขาไม่อันตรายหรอกครับ”
ผู้ใหญ่ณรงค์พูดด้วยน้ำเสียงที่ภาคินไม่แน่ใจว่าควรเชื่อดีไหม
“อย่างน้อยก็ไม่อันตรายเท่าความอยากรู้อยากเห็นของนักวิชาการบางคน”

“ผู้ใหญ่นี่แทงใจดำเก่งจัง” ภาคินยิ้มแห้ง ๆ

“เขาจะมารับคุณตอนใกล้ค่ำหน่อย” ผู้ใหญ่พูดทิ้งท้าย
“คนพื้นที่บางคนเขาบอกว่า ถ้าจะดูหมู่บ้านให้เห็นจริง ๆ ต้องดูตอนท้องฟ้าเริ่มมืด”

แดดเย็นคล้อยลงเรื่อย ๆ เงาภูเขาทาบยาวลงมาถึงทุ่งนา
เสียงจักจั่นกับเสียงหมาเห่าแข่งกันอยู่ไกล ๆ
ภาคินยืนอยู่ที่ระเบียงบ้าน ดูสีของท้องฟ้าเปลี่ยนจากฟ้าใสเป็นส้มอ่อน ไล่ไปจนเริ่มกลายเป็นม่วงหม่น

เขาชะโงกหน้ามองลงไปทางทางดินหน้าบ้าน
แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของใครมารับ

“หรือเขาเบี้ยวนัดเราแล้ว” เขาพึมพำ
“ดีเลย จะได้นอนพัก—”

“คุณภาคิน”

เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านข้าง ไม่ใช่จากทางเดินด้านล่าง แต่จากเหนือศีรษะ
เขาสะดุ้งโหยง หันไปมอง

ชายคนหนึ่งยืนอยู่บนก้อนหินใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นใกล้รั้วบ้าน
สูงกว่าระเบียงขึ้นไปนิดเดียว ทำให้ระดับสายตาของทั้งคู่แทบจะตรงกันพอดี

ผมของอีกฝ่ายสีดำขลับตัดสั้นแบบเรียบร้อย ใบหน้าคมได้รูป
ดวงตาเรียวยาวกำลังก้มลงมามองเขาอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้ภาคินใจเต้นแรงไม่ใช่หน้าตา

มันคือความรู้สึกแปลก ๆ ที่ว่า
ตั้งแต่เขาเงยหน้ามองดวงตาคู่นั้น อีกฝ่ายยัง…ไม่กะพริบตาแม้แต่ครั้งเดียว

“ผมอาบอ” ชายคนนั้นพูดเสียงเรียบ
“ผู้ใหญ่ณรงค์บอกให้มารับนักวิชาการจากกรุงเทพฯ”

“อ๋อ…ครับ ผมภาคิน” เขารีบตอบ
“แต่คุณไม่จำเป็นต้องปีนหินสูงขนาดนั้นก็ได้มั้งครับ ผมตกใจหมดเลย”

อาบอไม่ตอบทันที
เขาก้มลงมองพื้นเหมือนเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังยืนอยู่บนก้อนหิน
ก่อนจะก้าวลงมาอย่างคล่องแคล่ว

“เคยชิน” เขาพูดสั้น ๆ “ตรงนี้มองท้องฟ้าได้ชัด”

ประโยคนั้นทำให้ประโยคในบันทึกของพ่อเด้งกลับมาทันที

“อย่าไว้ใจคนที่มองดาวโดยไม่กะพริบตา”

ภาคินกลืนน้ำลาย

“คุณมองดาวบ่อยเหรอครับ” เขาถามกลบเกลื่อน ทั้งที่ในใจอยากถามว่า
“แล้วคุณกะพริบตาบ้างไหมครับ” มากกว่า

“ก็พอ ๆ กับที่คุณมองกระดาษนั่นแหละ”
อาบอปรายตาไปทางแฟ้มเอกสารในมือเขา
“ผมเห็นคุณอ่านมันทั้งวัน”

น้ำเสียงไม่ใช่คำน้ำเสียงต่อว่า แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นมิตร
เหมือนคนที่ชินกับการสังเกตมากกว่าการทักทาย

“งั้นก็คงสู้ผมไม่ได้หรอกครับ”
ภาคินตอบกลับโดยอัตโนมัติ “ผมมองกระดาษจนจะกลายเป็นกระดาษแล้วนี่”

มุมปากของอาบอกระตุกขึ้นนิดเดียว เหมือนคนที่ไม่ค่อยยิ้มแต่เผลอหลุด
ภาคินแอบนับในใจว่า นั่นน่าจะถือเป็น “ความสำเร็จเล็ก ๆ ของวันนี้”

“ถ้าพร้อมแล้ว ตามผมไป” อาบอพูด
“ก่อนฟ้ามืดเราน่าจะเดินถึงลานหินได้ทัน”

“ตอนนี้ยังไม่มืดดีเลย จะไปดูอะไรครับ” ภาคินถาม

“ไปดูหมู่บ้าน” อาบอตอบ
“หมู่บ้านที่คุณเห็นตอนกลางวัน กับหมู่บ้านที่คุณเห็นตอนฟ้าจะมืด มันไม่เหมือนกัน”

ประโยคนั้นทำให้ขนลุกอีกรอบ
แต่ภาคินก็หยิบไฟฉายกับสมุดโน้ตขึ้นมา สะพายเป้แล้วเดินตามอีกฝ่ายไปโดยไม่คิดจะถอย

“ก็มาแล้ว จะให้กลับง่าย ๆ ได้ไง” เขาคิดในใจ
“อย่างมากก็แค่…ฝันร้ายเพิ่มจากเดิมอีกหน่อย”

เขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่รออยู่บนลานหินเหนือหมู่บ้านในค่ำคืนนี้
จะเป็นมากกว่าฝันร้ายธรรมดา ๆ
และชายขี้เงียบที่เดินนำหน้าเขาไปเงียบ ๆ นี่แหละ
จะกลายเป็นคนที่ทำให้คำว่า “ลัทธิดวงดารา” เปลี่ยนจากคำในตำรา กลายเป็นเรื่องส่วนตัวของหัวใจเขาเอง

ความคิดเห็นของคุณสำคัญกับเรา ส่งคำแนะนำติชมมาได้ที่ yflixth@gmail.com ขอบคุณครับ

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มนี้ก่อนได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษณ์จากผู้เขียน ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments

ตอนต่างๆ ในเรื่อง

Continue reading

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.