Saturday, January 17, 2026

ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ

HomeEpisodeบทที่ 1 – เอกสารต้องห้าม

บทที่ 1 – เอกสารต้องห้าม

เสียงแอร์เก่าบนเพดานห้องทำงานดังหึ่งสม่ำเสมอจนกลายเป็นเสียงพื้นหลังที่ไม่มีใครสนใจ

มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษที่ดังแทรกขึ้นมาเป็นระยะ กับเสียงปากกาขีดเขียนลงบนกระดาษโน้ตสีเหลืองเต็มโต๊ะ

ภาคินถอนหายใจเฮือกเล็ก ๆ พิงหลังกับพนักเก้าอี้ พลิ้มตามองเพดานที่มีคราบน้ำเก่าเป็นดวงซีด ๆ

“ข้อมูลซ้ำอีกแล้ว…” เขาพึมพำกับตัวเอง

อักษรโบราณจากหลายยุค หลายวัฒนธรรมวางกระจัดกระจายอยู่ตรงหน้า

บางแผ่นเป็นสำเนาภาพถ่ายจากแผ่นดินเหนียว บางแผ่นเป็นกระดาษที่จางจนแทบอ่านไม่ออก

ทว่าบนกระดาษทุกชุด มีสัญลักษณ์หนึ่งที่เหมือนกัน—วงกลมทับซ้อนสามชั้น กับเส้นเฉียงเหมือนดาวหางลากผ่าน

“เจอลายนี้อีกแล้วเหรอ” ภาคินหยิบสำเนากระดาษขึ้นมาเพ่งดูใกล้ ๆ

เส้นหมึกซีด แต่โครงลายก็ยังชัดพอจะทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นนิดหนึ่ง

เขาเคยเห็นมันมาก่อน—ไม่ใช่แค่ในเอกสารวิชาการ แต่ในรูปถ่ายใบหนึ่งที่ยังติดอยู่ในความทรงจำ

รูปครอบครัวเมื่อสิบกว่าปีก่อน ที่พ่อแอบวาดสัญลักษณ์นี้เล่น ๆ ไว้ตรงขอบรูป แล้วบอกว่าเป็น “ตราลับของนักสำรวจ”

ตอนนั้นเขาคิดว่าพ่อแค่ล้อเล่น

แต่พอเติบโตมาเรียนโบราณคดีจริงจัง เขากลับเริ่มเห็นสัญลักษณ์เดียวกันนี้โผล่ขึ้นมาจากเอกสารหลายแห่ง

ไม่จำกัดยุค ไม่จำกัดทวีป

ทุกครั้งที่เจอ มันจะมาคู่กับคำเตือนคล้าย ๆ กัน

“อย่าปลุกดาวที่หลับใหล”

“อย่าเปิดประตูที่หันสู่ท้องฟ้าผิดด้าน”

“การมองดูดวงดาวจากเบื้องล่าง มิใช่สิ่งที่มนุษย์ควรทำ”

“ภาคิน”

เสียงเข้มของอาจารย์ที่ปรึกษาทำให้เขาหลุดจากภวังค์

ชายวัยกลางคนในเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวพับขึ้นจนถึงข้อศอกยืนพิงกรอบประตู ดันแว่นขึ้นเล็กน้อย

“ยังไม่นอนอีกหรือ นี่จะหกโมงเย็นแล้วนะ”

ภาคินก้มมองนาฬิกาในข้อกลม ๆ ของตัวเอง แล้วสะดุ้ง

เวลาหน้าจอเรืองแสงสีฟ้า บอกตัวเลขเกินเวลางานปกติไปไกล

“ขอโทษครับอาจารย์ ผมขอเคลียร์โน้ตอีกนิดเดียว เดี๋ยวจะกลับแล้วครับ”

อาจารย์เดชาชำเลืองมองเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะ ก่อนดันประตูเปิดเข้ามาเต็มตัว

สายตาคมกริบมองสัญลักษณ์วงกลมสามชั้นบนกระดาษแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง

“ยังสนใจเรื่องนี้อยู่สินะ…ลัทธิดวงดารา”

“ครับ” ภาคินยืดหลังขึ้น “ผมเจอสัญลักษณ์แบบเดียวกันในเอกสารของอาณาจักรสามแห่งที่ไม่มีหลักฐานว่าเคยติดต่อกันเลย มันไม่น่าจะบังเอิญแล้วครับ”

“เราก็คุยเรื่องนี้กันมาหลายปีแล้วนะ” อาจารย์เอ่ยเสียงเรียบ “เกินขอบเขตวิทยานิพนธ์ปริญญาโทไปเยอะด้วยซ้ำ”

“แต่เอกสารชุดนี้…” ภาคินขยับกองกระดาษขึ้นมา “มันต่างออกไปครับ มันไม่ได้แค่พูดถึงพิธีกรรมหรือเทพเจ้า แต่เหมือน…คู่มือ”

อาจารย์เลิกคิ้ว “คู่มือ?”

“คู่มือเปิดผนึกอะไรสักอย่าง” เขาตอบตรง ๆ ถึงจะรู้ว่าฟังดูเพ้อเจ้อไปหน่อยสำหรับสายวิชาการ

“แล้วชื่อสถานที่ที่ถูกระบุในตอนท้าย…มันอยู่ในประเทศเรานี่เองครับ”

มือของอาจารย์ที่กำลังหยิบเอกสารชะงักเล็กน้อย

สายตาที่เคยมองด้วยความเอ็นดูเปลี่ยนเป็นหนักแน่นจริงจัง

“เธอคิดจะทำอะไรต่อ”

ภาคินกลืนน้ำลายลงคอ “ผมอยากลงพื้นที่ครับ อยากไปดูให้เห็นกับตา”

ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบชั่วครู่ มีเพียงเสียงแอร์เก่า ๆ ที่ดังต่อเนื่อง

อาจารย์เดชาเดินไปปิดไฟส่วนที่ไม่ใช้งาน เหลือเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะของภาคินที่ยังส่องสว่าง

“หมู่บ้านห้วยศิลา…” อาจารย์เอ่ยช้า ๆ ราวกับทบทวนอะไรบางอย่างในความทรงจำ

“เธอรู้ไหม ว่าพ่อของเธอหายตัวไปที่ไหน”

หัวใจของภาคินเต้นแรงขึ้นทันที

“อาจารย์รู้อะไรเกี่ยวกับพ่อผมเพิ่ม?” น้ำเสียงเขาสูงขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ

อาจารย์ไม่ได้ตอบทันที

เพียงหยิบซองเอกสารหนาเก่า ๆ ออกจากลิ้นชักโต๊ะ แล้ววางลงตรงหน้าภาคิน

ซองสีน้ำตาลมีรอยขาดนิด ๆ มุมซองยับเยินเหมือนผ่านการเดินทางมาไกล

“อันนี้เป็นรายงานเก่าของทีมสำรวจเมื่อยี่สิบปีก่อน”

อาจารย์พูดเบา ๆ “ผมเพิ่งได้รับคืนจากอีกคณะหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ สมบูรณ์ไม่หมด แต่ก็พอให้เห็นภาพ”

บนมุมซองมีลายมือคุ้นตาเขียนชื่อเต็มของใครบางคน

“ศาสตราจารย์ ธเนศ นริศวัฒน์”

โลกเหมือนหยุดหมุนไปเสี้ยววินาที

ชื่อของพ่อวางอยู่ตรงหน้าในรูปหมึกจาง ๆ ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในเอกสารทางการ

“พ่อเธอไม่ได้หายตัวไปเฉย ๆ”

อาจารย์เดชามองสบตาเขา “เขาหายไประหว่างการลงพื้นที่ที่เดียวกันกับที่เธอกำลังอยากไป”

ลมหายใจของภาคินติดขัด

เขาเคยรู้แค่เพียงว่า พ่อหายตัวไปตอนออกสำรวจในต่างจังหวัด

รายละเอียดที่มากกว่านั้นกลับถูกปิดบังด้วยคำว่า “ข้อมูลไม่เพียงพอ” และ “ยังหาศพไม่พบ”

“ทำไม…ทำไมอาจารย์ไม่เคยบอกผมเลยครับ”

“เพราะตอนนั้นเธอยังเด็กมาก” เสียงของอาจารย์อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“และเพราะผมหวังอยู่ลึก ๆ ว่าเธอจะเลือกหัวข้ออื่น ที่ไม่เกี่ยวกับมัน”

ภาคินกำซองเอกสารแน่นจนปลายนิ้วซีด

“แต่ตอนนี้ผมโตพอที่จะตัดสินใจเองแล้วครับ” เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ “ผมอยากรู้ว่าจริง ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ และลัทธิดวงดารานี่…มันคืออะไรกันแน่”

อาจารย์มองเขานานจนเขาเริ่มไม่แน่ใจในคำพูดของตัวเอง

แต่ในที่สุด ชายวัยกลางคนก็ถอนหายใจยาว

“เธอจะไปคนเดียวไม่ได้” เขาว่า “พื้นที่แถบนั้นไม่มีการท่องเที่ยวปกติ การเดินทางไม่สะดวก และคนพื้นที่…ไม่ค่อยต้อนรับคนนอก”

“ผมพอมีเพื่อนที่ช่วยประสานงานได้ครับ ถ้าอาจารย์—”

“ไม่ใช่แบบนั้น” อาจารย์ส่ายหน้าเล็กน้อย พลางหยิบเอกสารอีกแผ่นขึ้นมาวางเพิ่ม

เป็นจดหมายภาษาอังกฤษที่มีตรามหาวิทยาลัยในต่างประเทศ

“นี่คือทุนวิจัยภาคสนามระยะสั้น ถ้าเธอจะไป ผมจะใช้ทุนนี้ส่งเธอไปในนามโครงการวิจัยร่วม

อย่างน้อย เธอจะมีสถานะทางการ ไม่ใช่นักท่องเที่ยวหลงป่า”

“แปลว่า…” ดวงตาของภาคินสว่างวาบ “อาจารย์อนุญาต?”

“ผมไม่ได้อนุญาต” รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอาจารย์ “ผมแค่ยอมแพ้”

เขาหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อบนฟอร์มด้านล่างอย่างรวดเร็ว ก่อนดันกระดาษไปตรงหน้าภาคิน

“เซ็นชื่อ แล้วก็กลับไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยมาคุยรายละเอียดเรื่องการเดินทาง”

ภาคินคว้าปากกาขึ้นแทบจะในทันที

มือของเขาสั่นเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความตื่นเต้น หรือความกลัวกันแน่

เขาเซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ

ภาคิน ธเนศวัฒน์

ตอนปลายปากกาแตะลงบนกระดาษ เขาแอบคิดในใจว่า—

ถ้าพ่อยังมีชีวิตอยู่ แล้วได้เห็นชื่อเขาบนฟอร์มนี้ พ่อจะพูดว่าอะไร

“อย่าลืมเอาซองนั้นกลับไปอ่าน” อาจารย์เตือน เมื่อเห็นเขาเริ่มเก็บของ

“แต่อย่าอ่านก่อนนอนนะ เดี๋ยวจะฝันร้าย”

ภาคินหัวเราะเบา ๆ “ถึงไม่อ่าน ผมก็ฝันอยู่แล้วครับช่วงนี้”

อาจารย์หรี่ตา “ฝันแบบไหน”

เขาชะงักไปชั่วครู่ ก่อนตอบแบบเลี่ยง ๆ

“ก็…ฝันถึงท้องฟ้าที่มีดาวเยอะ ๆ ครับ แต่ดาวมันดูใกล้เกินไป เหมือนจะตกลงมาบนหัว”

อาจารย์เดชาไม่ได้หัวเราะตาม

เขาเพียงมองภาคินนิ่ง ๆ แล้วพูดเสียงเบา

“ถ้าฝันอีก ลองสังเกตดูดี ๆ …ว่าบนท้องฟ้านั้นมีวงกลมสามชั้นหรือเปล่า”

คำพูดนั้นทำให้ใจเขาเย็นวาบโดยไม่มีเหตุผล

แต่ก่อนที่เขาจะถามอะไรต่อ อาจารย์ก็โบกมือไล่

“ไปได้แล้ว ไปพัก เธอจะมีคืนที่หลับสบายไม่เยอะนัก จากนี้ไป”

คืนนั้น ฝนตกปรอย ๆ บนหลังคาห้องเช่าเล็ก ๆ ของภาคิน

เขานั่งอยู่คนเดียวบนเตียงที่เต็มไปด้วยเอกสารที่เพิ่งขนกลับมา

ซองสีน้ำตาลที่มีชื่อของพ่อนอนสงบนิ่งอยู่ตรงกลาง เหมือนใจกลางสนามรบที่ยังไม่ระเบิด

“จะอ่านก่อนนอนก็ไม่ได้” เขาบ่นกับตัวเอง แต่ก็ยังเอื้อมมือไปหยิบซองขึ้นมา

ปลายนิ้วลูบไปตามชื่อของพ่อเบา ๆ

เขาไม่เคยคิดว่าคำตอบที่ตามหามาทั้งชีวิตจะเริ่มจากชิ้นกระดาษเก่า ๆ แบบนี้

ทันใดนั้น เขาก็สังเกตเห็น

มุมซองด้านล่าง มีลายเส้นบาง ๆ วาดทับเข้าไปทีหลังเหมือนคนเผลอขีดเล่น

วงกลมสามชั้นกับเส้นเฉียงเหมือนดาวหางลากผ่าน

หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง

ภาคินเปิดซองออกอย่างระมัดระวัง เอกสารด้านในมีกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่น

รายงานการสำรวจถูกเขียนด้วยลายมือผสมกับพิมพ์ดีด

ตรงหน้ากระดาษหน้าแรก มีบันทึกสั้น ๆ ด้วยลายมือที่เขาคุ้นเคยที่สุดในโลก

“ถ้าใครได้อ่านบันทึกนี้ แปลว่า ‘ประตู’ คงตอบสนองแล้ว

จงระวังสิ่งที่มาจากท้องฟ้าที่ไม่ได้มาจากเบื้องบน

และอย่าไว้ใจคนที่มองดาวโดยไม่กะพริบตา”

ลงชื่อ

ธเนศ

เสียงฝนด้านนอกดังชัดขึ้นอย่างประหลาด

และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ไฟในห้องก็กระพริบวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาติดตามเดิม

“อย่าไว้ใจคนที่มองดาวโดยไม่กะพริบตา?”

ภาคินทวนคำในใจ

เขาไม่รู้เลยว่า อีกไม่กี่วันถัดจากนี้

เขาจะได้พบกับชายคนหนึ่ง—ที่ยืนมองท้องฟ้ายามค่ำคืนโดยไม่กะพริบตาแม้แต่ครั้งเดียว

ชายคนนั้นชื่อ กชกรณ์

และเป็นผู้สืบทอดลัทธิโบราณที่ถูกเรียกว่า…ลัทธิดวงดารา

ความคิดเห็นของคุณสำคัญกับเรา ส่งคำแนะนำติชมมาได้ที่ yflixth@gmail.com ขอบคุณครับ

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มนี้ก่อนได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษณ์จากผู้เขียน ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments

ตอนต่างๆ ในเรื่อง

Continue reading

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.