Saturday, January 17, 2026

ขอให้สนุกกับการอ่านนะครับ

HomeEpisodeบทที่ 6 : ความลับหลังบานประตูเหล็ก (Secrets Behind the Iron Door)

บทที่ 6 : ความลับหลังบานประตูเหล็ก (Secrets Behind the Iron Door)

นาฬิกาข้อมือบอกเวลา 01.00 น.

เสียงน้ำหยดจากก๊อกน้ำที่ปิดไม่สนิทในห้องอาบน้ำดังก้องเป็นจังหวะ… ติ๋ง… ติ๋ง… ในความเงียบสงัดยามวิกาล เสียงนี้มันชวนประสาทเสียยิ่งกว่าเสียงเล็บขูดกระดานดำเสียอีก

ผมนั่งขดตัวอยู่หลังแนวตู้ล็อกเกอร์แถวสุดท้าย ในมุมมืดที่สุดของห้องพักนักกีฬา มือกระชับไม้เบสบอล (ที่ยึดมาจากห้องชมรมซอฟต์บอลข้างๆ) ไว้แน่น เหงื่อเย็นๆ ซึมชื้นเต็มฝ่ามือ

“ดีน…” เสียงกระซิบสั่นเครือดังมาจากข้างหู “กูว่าเรากลับเถอะมึง… นี่มันตีหนึ่งแล้วนะ ผีพี่แทนน่าจะตื่นแล้ว”

ไอ้แซม นั่งตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่ข้างผม ในมือถือกระบอกไฟฉายแน่น อีกมือถือพวงพระเครื่องพวงใหญ่ที่ห้อยคออยู่จนดูเหมือนแร็ปเปอร์สายบุญ

“เงียบหน่า” ผมดุเสียงเบา “ถ้ามึงกลัวก็กลับไปนอน กูบอกแล้วว่าไม่ต้องตามมา”

“จะทิ้งเพื่อนได้ไงวะ!” แซมเถียงเสียงอ่อย “เกิดมึงโดนฆ่าหมกตู้ล็อกเกอร์ ใครจะหารค่าหอกับกู… แล้วอีกอย่าง กูเตรียมอาวุธมาพร้อมกว่ามึงอีก ดูนี่!”

มันชู ‘ไม้ตียุงไฟฟ้า’ ขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ

“ถ้าผีมา กูช็อต! ถ้าคนร้ายมา กูก็ช็อต! อเนกประสงค์เว้ย!”

ผมกลอกตามองบน พยายามกลั้นขำในสถานการณ์ตึงเครียด แต่แล้วเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังมาจากทางเดินหน้าห้องก็ทำให้รอยยิ้มผมหายวับไปทันที

ตึก… ตึก… ตึก…

เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูน… ไม่ใช่รองเท้าผ้าใบ และไม่ใช่รองเท้ายางของภารโรง จังหวะการเดินมั่นคง หนักแน่น และคุ้นเคย

ผมกดหัวไอ้แซมให้หมอบลงต่ำสุด กลั้นหายใจจนหน้าแดง

ประตูห้องพักนักกีฬาถูกผลักเปิดออกช้าๆ แอ๊ด…

แสงไฟฉายลำเล็กกวาดเข้ามาในห้อง ก่อนที่เงาร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งจะก้าวเข้ามา แสงจันทร์จากหน้าต่างบานสูงส่องกระทบใบหน้าเคร่งขรึมที่มีหนวดเคราเฟิ้ม

โค้ชวิน!

ผมกับแซมหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก… โค้ชมาทำอะไรที่นี่ตอนตีหนึ่ง? หรือว่าโค้ชจะเป็นคนร้ายที่ส่งจดหมายขู่?

แต่ท่าทางของโค้ชไม่ได้ดูเหมือนคนร้ายที่มาซ่อนกล้อง หรือมาดักทำร้ายใคร เขาเดินตรงไปยังตู้ล็อกเกอร์เก่าๆ ตู้หนึ่งที่ตั้งอยู่มุมสุดของห้อง… ตู้หมายเลข 4 ตู้นี้ถูกปิดตายมาตลอดตั้งแต่ผมเข้าชมรมมา โค้ชบอกเสมอว่ากุญแจหาย ห้ามใครไปยุ่ง

โค้ชวินล้วงกุญแจดอกเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ… (ไหนบอกว่าหาย?) ไขเปิดตู้นั้นออกอย่างแผ่วเบา

แกร๊ก…

สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ซากศพหรือของน่ากลัว แต่เป็น ‘รองเท้าวิ่ง’ เก่าๆ คู่หนึ่งที่สีซีดจางจนเกือบเป็นสีเทา กับ ‘เสื้อกาวน์’ ของคณะสถาปัตย์ฯ ที่แขวนไว้อย่างเรียบร้อย

โค้ชวินยืนนิ่งจ้องมองของพวกนั้นอยู่นาน แผ่นหลังกว้างที่มักจะเหยียดตรงอย่างภาคภูมิใจ ตอนนี้กลับดูห่อเหี่ยวและสั่นเทา เขาเอื้อมมือไปลูบแขนเสื้อกาวน์ตัวนั้นเบาๆ เหมือนกำลังสัมผัสคนรัก

“5 ปีแล้วนะแทน…” เสียงทุ้มต่ำของโค้ชดังขึ้นแผ่วเบา สะท้อนก้องในห้องเงียบ “5 ปีแล้ว… มึงหนีกูไปนานเกินไปแล้วนะ”

ผมนิ่งอึ้ง… ขนลุกซู่ไปทั้งตัว นี่ไม่ใช่เรื่องเล่าของไอ้แซม แต่มันคือความจริงที่เจ็บปวดตรงหน้า โค้ชวินคือแฟนของพี่แทนจริงๆ และเขายังคงรอคอยการกลับมาของคนรักทุกวัน

โค้ชวินก้มหน้าลงไหล่สั่นสะท้าน เสียงสะอื้นเบาๆ เล็ดลอดออกมา “กูขอโทษ… ถ้าวันนั้นกูไม่กดดันมึง ถ้ากูไม่บอกให้มึงเลือกกู… มึงคงไม่ต้องหนีไปแบบนี้”

ภาพตรงหน้าเปลี่ยนสถานะของโค้ชวินในหัวผมทันที จาก ‘ผู้ต้องสงสัย’ กลายเป็น ‘เหยื่อ’ ของโศกนาฏกรรมความรัก ผมรู้สึกจุกในอก… ความรักของพวกเขาจบลงแบบนี้งั้นเหรอ? แล้วความรักของผมกับคิรินล่ะ? จะมีจุดจบแบบเดียวกันไหม?

ทันใดนั้น…

กึก!

เสียงไม้ตียุงในมือไอ้แซมร่วงกระแทกพื้น!

โค้ชวินสะดุ้งเฮือก หันขวับมาทางที่ซ่อนของพวกเราทันที สายตาที่เคยเศร้าสร้อยเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด “ใคร! ใครอยู่ตรงนั้น!”

“ฉิบหายแล้ว…” แซมหน้าซีดเป็นไก่ต้ม

“ออกมาเดี๋ยวนี้!” โค้ชตะคอกเสียงดังลั่นพร้อมส่องไฟฉายมา

ผมตัดสินใจลุกขึ้นยืน ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว “ผมเองครับโค้ช… ดีนครับ”

“ดีน?” โค้ชวินขมวดคิ้ว ลดไฟฉายลงเล็กน้อย “แล้วนั่น… แซม? พวกมึงมาทำบ้าอะไรที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ!”

“เอ่อ… คือ…” ผมสมองตื้อไปหมด จะบอกว่ามาดักจับคนร้าย ก็กลัวโค้ชจะหาว่าบ้า “พวกผม… มาล่าท้าผีครับ!”

“ใช่ครับโค้ช!” แซมรีบเด้งตัวขึ้นมายืนสนับสนุน “พวกผมได้ยินว่าห้องนี้เฮี้ยน เลยอยากมาพิสูจน์… ไม่คิดว่าจะเจอโค้ช แหะๆ”

โค้ชวินถอนหายใจแรง พ่นลมออกจมูกอย่างหงุดหงิด เขาหันไปปิดตู้ล็อกเกอร์หมายเลข 4 อย่างรวดเร็ว แล้วล็อกกุญแจ “ไร้สาระ! เป็นนักกีฬาแท้ๆ แทนที่จะเอาเวลาไปพักผ่อน ดันมาทำเรื่องปัญญาอ่อน กลับไปเดี๋ยวนี้! พรุ่งนี้เช้าวิ่งรอบสนาม 20 รอบ ข้อหาก่อกวน!”

“ครับโค้ช! ขอบคุณครับโค้ช!” พวกเรารีบรับคำ แล้วทำท่าจะวิ่งหนีออกจากห้อง

แต่ก่อนจะพ้นประตู ผมอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปถาม “โค้ชครับ…”

โค้ชวินชะงัก “อะไรอีก?”

“พี่แทน… เขาเป็นคนยังไงเหรอครับ?”

ความเงียบปกคลุมห้องล็อกเกอร์ชั่วขณะ โค้ชวินยืนนิ่งอยู่กลางห้อง แสงจันทร์ทอดเงาของเขาให้ดูยาวเหยียดและเดียวดาย “เขาเป็นคนเก่ง…” โค้ชตอบเสียงเรียบ แต่แฝงความเจ็บปวด “เก่งทุกเรื่อง… ยกเว้นเรื่องรักตัวเอง”

เขาสบตาผม “อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยนะดีน… บางเส้นชัย มันไม่คุ้มที่จะแลกด้วยคนข้างกาย”

ประโยคนั้นกระแทกใจผมอย่างจัง

พวกเราเดินออกมาจากตึกคณะด้วยความเงียบงัน แต่ทันทีที่พ้นระยะสายตาโค้ช แซมก็ทรุดตัวลงนั่งหอบกับพื้น “โอย… นึกว่าจะตายคาตีนโค้ชแล้ว ใจกูหล่นไปตาตุ่ม”

“แต่เราก็ได้รู้อะไรดีๆ นะ” ผมพูดลอยๆ

“รู้อะไร? รู้ว่าโค้ชเป็นเกย์? หรือรู้ว่าตู้นั้นมีผีเสื้อกาวน์?”

“รู้ว่าโค้ชไม่ใช่คนร้าย” ผมสรุป “คนร้ายต้องเป็นคนอื่น… คนที่รู้เรื่องของโค้ชกับพี่แทน และกำลังใช้เรื่องนี้มาขู่กู”

“เออ จริงด้วย” แซมพยักหน้า ก่อนจะทำจมูกฟุดฟิด “เดี๋ยวนะมึง… มึงได้กลิ่นอะไรไหม?”

ผมดมฟุดฟิดบ้าง ไม่ใช่กลิ่นยาหม่องน้ำ… แต่เป็นกลิ่นเหม็นเน่ารุนแรง เหมือนดอกไม้ที่ถูกทิ้งไว้ในแจกันจนน้ำแห้ง

“กลิ่น… ดอกไม้เน่า?”

“มาจากทางนั้น…” แซมชี้มือสั่นๆ ไปที่พุ่มไม้ข้างตึกสโมสรนิสิตที่อยู่ติดกัน

ในเงามืดหลังพุ่มเข็ม มีใครบางคนยืนอยู่ รูปร่างท้วม… ใส่ชุดพนักงานทำความสะอาด… และในมือถือ ‘ดอกกุหลาบสีแดงสดที่เหี่ยวเฉาจนดำคล้ำ’

เขาไม่ได้มองมาที่เรา แต่กำลังมองขึ้นไปที่หน้าต่างห้องพักนักกีฬา… ห้องที่โค้ชวินเพิ่งเดินออกมา เขายกมือขึ้นลูบกระจกหน้าต่างจากระยะไกล ด้วยท่าทางที่ดูโหยหา… และน่าสยดสยอง

แคร์ก…

เสียงเขากระแอมไอแห้งๆ ดังแว่วมา ผมกับแซมยืนตัวแข็งทื่อ นั่นมัน… ‘ลุงภารโรง’ คนเดิมที่ผมเห็นในงานเลี้ยง และถ้าเดาไม่ผิด… เขาไม่ได้กำลังตามรังควานผม แต่เขากำลัง ‘เฝ้ามอง’ โค้ชวินอยู่ต่างหาก!

“เชี่ย… ดีน…” แซมเสียงสั่นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “กูว่า… กูว่ากูเห็นเขายิ้ม… ยิ้มให้กู…”

ลุงภารโรงค่อยๆ หันหน้ามาทางเราช้าๆ ภายใต้หมวกแก๊ปเก่าๆ นั้น… ผมเห็นดวงตาที่คุ้นเคยอย่างประหลาด ดวงตาที่ดูเศร้าสร้อยแต่แฝงความบ้าคลั่ง

ก่อนที่ผมจะทันได้ตั้งสติ ร่างท้วมนั้นก็ทิ้งดอกกุหลาบเน่าลงพื้น แล้วเดินหายวับเข้าไปในมุมมืดของตึกสโมสรฯ ด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อสำหรับคนรูปร่างแบบนั้น

ผมก้มลงมองดอกกุหลาบที่พื้น… ที่ก้านดอก มีริบบิ้นสีขาวผูกอยู่ พร้อมข้อความเขียนด้วยปากกาสีทองที่เลือนราง:

For Win… My Finish Line. (แด่วิน… เส้นชัยของฉัน)

สมองผมประมวลผลอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ดอกไม้… ลายมือ… รูปร่าง… สายตาที่มองโค้ช…

“แซม…” ผมเรียกเพื่อนเสียงเบาหวิว “กูว่า… ผีพี่แทนไม่ได้สิงอยู่ในตู้ล็อกเกอร์หรอก”

“ทะ… ทำไมวะ?”

“เพราะผีพี่แทน… กำลังเดินตรวจตึกอยู่เมื่อกี้นี้เอง”

ความคิดเห็นของคุณสำคัญกับเรา ส่งคำแนะนำติชมมาได้ที่ yflixth@gmail.com ขอบคุณครับ

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง หรือเผยแพร่ส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มนี้ก่อนได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษณ์จากผู้เขียน ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์

0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
guest

0 Comments
Oldest
Newest Most Voted
Inline Feedbacks
View all comments

ตอนต่างๆ ในเรื่อง

Continue reading

Enjoy exclusive access to all of our content

Get an online subscription and you can unlock any article you come across.